หน้าแรก
แนะนำองค์กร
การดำเนินงาน
ผู้บริหาร
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ห้องสมุดกฎหมาย
กระดานถาม-ตอบ
ข้อเสนอแนะ
ติดต่อเรา
สมัครสมาชิก

  หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
 
•
กรมอุตสาหกรรมพื้นฐาน
และการเหมืองแร่
 
•
กรมป่าไม้
 
•
สำนักงานนโยบายและแผน
ทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อม
 
•
กรมทรัพยากรธรณี
 
•
สำนักงานการปฏิรูปที่ดิน
เพื่อเกษตรกรรม
 
•
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า
และพันธุ์พืช
     
   

  วิเคราะห์ราคาทองคำวันนี้ 12 พ.ย.63 (YLG)
  โดยสภาการเหมืองแร่ ประกาศวันที่ 13/11/2563

 

วิเคราะห์ราคาทองคำวันนี้ 12 พ.ย.63 (YLG)

เน้นการซื้อขายเก็งกำไรระยะสั้น การเข้าซื้ออาจต้องรอจังหวะการอ่อนตัวลงของราคาค่อยเข้าซื้อ หรือหากราคาทองคำไม่สามารถยืน 1,884-1,890 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ให้แบ่งทองคำออกขายเพื่อทำกำไรบางส่วน แต่หากผ่านได้ให้ชะลอการขายออกไป

แนวรับ : 1,855 1,847 1,833  แนวต้าน : 1,890 1,900 1,912

สรุป ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 9.19 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยราคาทองคำแกว่งแคบในระหว่างการซื้อขายในตลาดเอเชีย  ก่อนที่จะมีแรงขายทางเทคนิคสลับออกมาหลังจากที่ราคาหลุดกรอบสามเหลี่ยมแบบสมมาตร(Symmetrical triangle) นอกจากนี้  ราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากการอ่อนค่าสกุลเงินยูโร  หลังนางคริสติน  ลาการ์ด  ประธานธนาคารกลางยุโรป(ECB) กล่าวในระหว่างร่วมการประชุมประจำปี ECB Forum เมื่อวานนี้ว่า  ECB จะให้ความสำคัญกับการเข้าซื้อพันธบัตรฉุกเฉินมากขึ้น  และอัตราดอกเบี้ยกู้ยืมระดับต่ำสำหรับธนาคารเพื่อช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจยูโรโซน  ซึ่งการอ่อนค่าของยูโรเป็นปัจจัยหนุนสกุลเงินดอลลาร์ให้แข็งค่าจนกดดันราคาทองคำ  ประกอบกับสินทรัพย์ปลอดภัยยังคงได้รับแรงกดดันต่อเนื่องจากความหวังเกี่ยวกับการพัฒนาวัคซีนต้าน COVID-19  ขณะที่ล่าสุดวานนี้ CEO ของ MODERNA ออกมาระบุว่า  ทางบริษัทจะได้ผลการวิเคราะห์เบื้องต้นของการทดลองวัคซีนต้าน COVID-19 ขั้นสุดท้ายในเดือนพ.ย.นี้  และจะยื่นขออนุมัติการใช้วัคซีนเป็นกรณีฉุกเฉิน (emergency use authorization-EUA) จาก FDA สหรัฐในช่วงต้นเดือนธ.ค. ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งวัคซีนที่มีความคืบหน้าตามหลังวัคซีนของ Pfizer Inc และ BioNTech ปัจจัยดังกล่าวกดดันให้ราคาทองคำอ่อนตัวลงทดสอบระดับต่ำสุดบริเวณ  1,855.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองลดลง -9.05 ตัน สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานของสหรัฐ  รวมถึงติดตามถ้อยแถลงของนายเจอโรม  พาวเวล ประธานเฟด,นางคริสติน  ลาการ์ด  ประธาน ECB และนายแอนดรูว์ เบลีย์ ผู้ว่าการ BoE  ซึ่งมีกำหนดจะเข้าร่วมการอภิปรายในการประชุม ECB Forum ใน

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) จอร์เจียเตรียมนับคะแนนใหม่ เหตุ “ไบเดน-ทรัมป์” เบียดกันสูสี  นายแบรด แรฟเฟนสเปอร์เกอร์ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐจอร์เจีย กล่าวว่า รัฐจอร์เจียจะทำการนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ เนื่องจากนายโจ ไบเดน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครต และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์มีคะแนนเลือกตั้งสูสีกันอย่างมาก  “จะมีการนับคะแนนด้วยมือในแต่ละเคาน์ตี” นายแรฟเฟนสเปอร์เกอร์กล่าว  นายแรฟเฟนสเปอร์เกอร์ยังระบุว่า ทางรัฐจะทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ในเคาน์ตีเพื่อให้กระบวนการนับคะแนนเสร็จสิ้นก่อนเส้นตายวันที่ 20 พ.ย.สำหรับการยืนยันผลการนับคะแนนทั่วทั้งรัฐ
  • (-) รัสเซียเผยวัคซีน Sputnik V มีประสิทธิภาพ 92% ป้องกันโควิด-19  RDIF ซึ่งเป็นกองทุนบริหารความมั่งคั่งของรัสเซีย และเป็นผู้ให้การสนับสนุนการผลิตวัคซีน Sputnik V ซึ่งเป็นวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ของรัสเซีย ระบุว่า ผลการทดลองบ่งชี้ว่า Sputnik V มีประสิทธิภาพ 92% ในการป้องกันไวรัสโควิด-19  “ข้อมูลบ่งชี้ว่าเรามีวัคซีนซึ่งมีประสิทธิภาพมาก” นายคิริลล์ ดมิเทรียฟ ผู้อำนวยการ RDIF กล่าว  RDIF เปิดเผยว่า ผลการทดลองดังกล่าวมาจากการทดลองวัคซีนต่ออาสาสมัครจำนวน 16,000 ราย ซึ่งได้รับการฉีดวัคซีน 2 เข็ม และการทดลองดังกล่าวจะยังคงดำเนินต่อไปอีก 6 เดือน โดยจะมีอาสาสมัครรวมทั้งสิ้น 40,000 ราย
  • (-) ดอลล์แข็งค่า รับความหวังวัคซีนต้านโควิดคืบหน้า  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (11 พ.ย.) โดยได้แรงหนุนจากความคืบหน้าในการพัฒนาวัคซีนต้านโควิด-19 ของบริษัทไฟเซอร์ ขณะที่ยูโรอ่อนค่าลงหลังจากสภาผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจของเยอรมนี (GCEE) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจเยอรมนีจะหดตัวลงกว่า 5% ในปีนี้ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.32% แตะที่ระดับ 93.0452 เมื่อคืนนี้  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 105.45 เยน จากระดับ 105.28 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9172 ฟรังก์ จากระดับ 0.9150 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3070 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3020 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1773 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1813 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.3210 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3253 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.7274 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7281 ดอลลาร์สหรัฐ
  • (-) ผู้เชี่ยวชาญคาดเศรษฐกิจเยอรมนีหดตัว 5.1% ในปีนี้ ก่อนขยายตัว 3.7% ปีหน้า  สภาผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจของเยอรมนี (GCEE) ออกรายงานคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจเยอรมนีจะหดตัวลง 5.1% ในปีนี้ ก่อนที่จะขยายตัว 3.7% ในปีหน้า  GCEE ซึ่งเป็นสถาบันให้คำปรึกษาต่อรัฐบาลเยอรมนี ระบุเตือนว่า ภาวะเศรษฐกิจในประเทศยังคงมีความเปราะบาง ท่ามกลางการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  GCEE ระบุว่า เศรษฐกิจของประเทศอื่นเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบอย่างมากต่อเยอรมนีเช่นกัน  “เศรษฐกิจจีนมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วอีกครั้งหนึ่ง โดยการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในไตรมาส 3 จะส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐและยูโรโซนมีตัวเลข GDP ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก”  “พัฒนาการของเศรษฐกิจเยอรมนีจะขึ้นอยู่กับการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และการพัฒนาของเศรษฐกิจในต่างประเทศ” นายลาร์ส เฟลด์ ประธาน GCEE กล่าว
  • (+/-) เดโมแครตจำเป็นต้องชนะเลือกตั้งสว.ในจอร์เจีย เพื่อมี 50 เสียงเท่ารีพับลิกัน  สื่อรายงานว่า นายแดน ซัลลิแวน วุฒิสมาชิกสังกัดพรรครีพับลิกัน ยังคงสามารถรักษาเก้าอี้ในรัฐอลาสก้าได้ ส่งผลให้ขณะนี้พรรครีพับลิกันสามารถครองเก้าอี้ในวุฒิสภาสหรัฐได้ 50 ที่นั่ง จากทั้งหมด 100 ที่นั่ง  ส่วนการแข่งขันในรัฐจอร์เจียยังคงไม่ได้ข้อสรุป โดยอาจจะต้องตัดสินด้วยการลงคะแนนเสียงรอบสองในเดือนม.ค. ซึ่งพรรคเดโมแครตจำเป็นที่จะต้องได้ทั้งสองที่นั่งในรัฐดังกล่าว เพื่อให้สามารถครองเก้าอี้ในวุฒิสภาได้ 50 ที่นั่ง เช่นเดียวกับพรรครีพับลิกัน
  • (+/-) ดาวโจนส์ปิดลบ 23.29 จุด หวั่นโควิดระบาดหนักฉุดเศรษฐกิจ  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (11 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนเริ่มกลับมาวิตกกังวลเกี่ยวกับจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วในสหรัฐ จนทำให้หลายรัฐประกาศใช้มาตรการเคอร์ฟิวเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด อย่างไรก็ดี ดัชนี Nasdaq พลิกกลับมาปิดตลาดในแดนบวก เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและการสื่อสาร  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 29,397.63 จุด ลดลง 23.29 จุด หรือ -0.08% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,572.66 จุด เพิ่มขึ้น 27.13 จุด หรือ +0.77% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,786.43 จุด เพิ่มขึ้น 232.57 จุด หรือ +2.01%

 

 
 
 
 
 
 
 
 

สถานที่ติดต่อ : สภาการเหมืองแร่ 222/2 ซ.มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ถ.วิภาวดีรังสิต

เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2275-7684-6 Fax 0-2692-3321
E-mail Contact : miningthai@miningthai.org