หน้าแรก
แนะนำองค์กร
การดำเนินงาน
ผู้บริหาร
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ห้องสมุดกฎหมาย
กระดานถาม-ตอบ
ข้อเสนอแนะ
ติดต่อเรา
สมัครสมาชิก

  หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
 
•
กรมอุตสาหกรรมพื้นฐาน
และการเหมืองแร่
 
•
กรมป่าไม้
 
•
สำนักงานนโยบายและแผน
ทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อม
 
•
กรมทรัพยากรธรณี
 
•
สำนักงานการปฏิรูปที่ดิน
เพื่อเกษตรกรรม
 
•
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า
และพันธุ์พืช
     
   

  วิเคราะห์ราคาทองคำ 5 ต.ค.63 วายแอลจี
  โดยสภาการเหมืองแร่ ประกาศวันที่ 6/10/2563

 

วิเคราะห์ราคาทองคำ 5 ต.ค.63 วายแอลจี

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

รอการอ่อนตัวลงของราคา เข้าซื้อหากราคาสามารถยืนเหนือบริเวณ 1,890-1,884 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้เพื่อลงทุนระยะสั้น (ตัดขาดทุนหากหลุด 1,884 ดอลลาร์ต่อออนซ์) เมื่อราคาปรับตัวขึ้นแบ่งขายหากราคาไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,919-1,932 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,884 1,875 1,862  แนวต้าน : 1,919 1,932 1,941

ปัจจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวลดลง  4.77 ดอลลาร์ต่อออนซ์  แม้ในระหว่างวันราคาทองคำจะพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดบริเวณ 1,917 ดอลลาร์ต่อออนซ์จากแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย  ขานรับข่าวที่ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ติดเชื้อCOVID-19  อย่างไรก็ดี  ราคาทองคำไม่สามารถรักษาช่วงบวกไว้ได้  เนื่องจากสกุลเงินดอลลาร์ซึ่งเป็นหนึ่งในสกุลเงินปลอดภัยแข็งค่าจากข่าวดังกล่าวเช่นกัน  จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่สกัดช่วงบวกของราคาทองคำเอาไว้  นอกจากนี้  ราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันจากการเปิดเผยตัวเลขอัตราการว่างงานของสหรัฐที่ลดลงสู่ระดับ 7.9% ในเดือนก.ย. ซึ่งดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 8.2% แม้ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรจะเพิ่มขึ้นเพียง 661,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 850,000 ตำแหน่งก็ตาม  ขณะที่นักลงทุนจับตาอาการป่วยของประธานาธิบดีทรัมป์เป็นสำคัญ  โดยวานนี้

นายแพทย์ฌอน คอนลีย์ แพทย์ประจำทำเนียบขาว เผยว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ มีอาการดีขึ้นแม้ก่อนหน้านี้ระดับออกซิเจนจะต่ำกว่า 94%  และหากมีอาการดีขึ้นเรื่อยๆ ก็จะสามารถออกจากโรงพยาบาลได้ในจันทร์ที่ 5 ต.ค. ล่าสุดเช้านี้ตามเวลาไทยประธานาธิบดีทรัมป์ได้สร้างความประหลาดใจด้วยการปรากฎตัวและโบกมือจากเบาะหลังของรถยนต์ SUV สีดำก่อนจะกลับเข้าไปพักผ่อนที่ห้องเพรสซิเดนเชียล สวีท ภายใน รพ.วอลเตอร์ รีดอีก  ซึ่งการปรากฎตัวของประธานาธิบดีทรัมป์ช่วยคลายความวิตกให้แก่ตลาดจนกดดันให้ราคาทองคำเช้านี้กลับลงมาเคลื่อนไหวต่ำกว่า 1,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองลด -0.59 ตันสู่ระดับ 1,275.60 ตัน  สำหรับวันนี้  ติดตามการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการบริการจากมาร์กิตและ ISM

ปัจจัยทางเทคนิค :

หากราคาทองคำพยายามขึ้นไปทดสอบแนวต้านในโซน  1,917-1,919 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่เมื่อราคาปรับตัวขึ้นมีแรงขายทำทำกำไรออกมาเพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ดี  หากราคาอ่อนตัวลงสามารถยืนเหนือแนวรับ 1,890-1,884 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้  ทำให้ประเมินว่าในระยะสั้น ยังคงมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านโซน 1,919-1,932 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

เน้นการเก็งกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัวในกรอบ โดยราคามีจุดเสี่ยงเปิดสถานะซื้อในบริเวณ 1,890-1,884 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ (ตัดขาดทุนหากหลุด 1,884 ดอลลาร์ต่อออนซ์) เพื่อรอเข้าซื้อใหม่โซนกรอบด้านล่าง  แต่หากราคาปรับตัวขึ้นไปก่อนให้พิจารณาบริเวณ 1,919-1,932 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นจุดเปิดสถานะขาย แต่หากราคาผ่านโซนดังกล่าวแนะนำให้ชะลอการขายออกไป

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (-) หุ้นฟิวเจอร์สหรัฐปรับขึ้นจากความคืบหน้าด้านสุขภาพของ”ทรัมป์”  วันนี้หุ้นฟิวเจอร์ของสหรัฐปรับตัวขึ้นจากความหวังว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐจะสามารถออกจากโรงพยาบาลในช่วงต่อไปของวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งคลายความไม่แน่นอนทางการเมืองบางส่วนที่กระทบหุ้นวอลล์สตรีทในรอบการซื้อขายก่อนหน้า  ปธน.ทรัมป์ วัย 74 ปี เข้ารับการรักษาโรคโควิด-19 ในวันศุกร์ แต่แพทย์ของเขาระบุว่า เขามีอาการตอบสนองเป็นอย่างดีและสามารถกลับทำเนียบขาวได้ในวันนี้  ดัชนี S&P 500 ฟิวเจอร์ปรับขึ้น 0.45% ในรอบการซื้อขายช่วงแรกของเอเชีย ขณะที่ Nasdaq ฟิวเจอร์ ปรับขึ้น 0.58%  ตลาดเอเชียมีแนวโน้มปรับตัวตามการนำดังกล่าว โดยดัชนี S&P/ASX 200 ฟิวเจอร์ของออสเตรเลีย ปรับขึ้น 1.16%, หุ้นฟิวเจอร์ญี่ปุ่นปรับขึ้น 0.75% และดัชนีฮั่งเส็งฟิวเจอร์ของฮ่องกงปรับขึ้น 1.38%

 

  • (-) ดอลล์แข็งค่ารับความต้องการสกุลเงินปลอดภัย  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (2 ต.ค.) เนื่องจากความวิตกเกี่ยวกับข่าวประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ติดเชื้อโควิด-19 นั้น กระตุ้นให้นักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ปรับตัวขึ้น 0.15% สู่ระดับ 93.8476  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9205 ฟรังก์ จากระดับ 0.9186 ฟรังก์ และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3302 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3270 ดอลลาร์แคนาดา แต่ดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 105.37 เยน จากระดับ 105.55 เยน  ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1712 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1746 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 0.7158 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7192 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนเงินปอนด์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.2931 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2892 ดอลลาร์
  • (-) ผลสำรวจม.มิชิแกนชี้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐสูงเกินคาดในเดือนก.ย.  ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐดีดตัวขึ้นสู่ระดับ 80.4 ในเดือนก.ย. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 79.0 จากระดับ 74.1 ในเดือนส.ค.
  • (-) อังกฤษเล็งไฟเขียวฉีดวัคซีนโควิดให้ประชาชนภายใน 6 เดือนข้างหน้า  หนังสือพิมพ์เดอะไทม์สรายงานโดยอ้างนักวิทยาศาสตร์ของรัฐบาลอังกฤษว่า วัคซีนต้านโรคโควิด-19 อาจจะได้รับอนุมัติจากหน่วยงานด้านกฎระเบียบก่อนต้นปี 2564  บรรดานักวิทยาศาสตร์ที่ทำการพัฒนาวัคซีนของมหาวิทยาลัยออกฟอร์ดคาดหวังว่า หน่วยงานด้านกฎระเบียบจะทำการอนุมัติวัคซีนต้านโรคโควิด-19 ภายในเวลา 3 เดือนข้างหน้า  เดอะไทม์สระบุว่า โครงการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ซึ่งจะไม่รวมประชากรวัยเด็กนั้น อาจจะเริ่มขึ้นได้เร็วกว่าที่บรรดาผู้เชี่ยวชาญคาดไว้ โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขประมาณการว่า ผู้ใหญ่ทุกคนจะได้รับการฉีดวัคซีนต้านโรคโควิด-19 ภายในเวลา 6 เดือนข้างหน้า
  • (+/-) ดาวโจนส์ปิดลบ 134.09 จุด นลท.เทขายหุ้นจากวิตกทรัมป์ติดโควิด  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (2 ต.ค.) เนื่องจากรายงานข่าวที่ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ติดเชื้อโควิด-19 นั้น ทำให้นักลงทุนพากันเทขายหุ้นออกมาเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐที่จะมีขึ้นในวันที่ 3 พ.ย.นี้  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,682.81 จุด ลดลง 134.09 จุด หรือ -0.48%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,348.42 จุด ลดลง 32.38 จุด หรือ -0.96% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,075.02 จุด ลดลง 251.49 จุด หรือ -2.22%
  • (+/-) สหรัฐเผยจ้างงานนอกภาคเกษตรต่ำกว่าคาดในเดือนก.ย.  กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นเพียง 661,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 850,000 ตำแหน่ง  ทั้งนี้ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรพุ่งขึ้น 4.781 ล้านตำแหน่งในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงเป็นประวัติการณ์  ส่วนอัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 7.9% ในเดือนก.ย. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 8.2% หลังจากแตะระดับ 8.4% ในเดือนส.ค.
  • (+/-) แพทย์ยืนยัน”โจ ไบเดน”ไม่ติดเชื้อโควิด  นายแพทย์เควิน โอคอนเนอร์ ซึ่งเป็นแพทย์ประจำตัวของนายโจ ไบเดน คู่แข่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในศึกเลือกตั้งวันที่ 3 พ.ย. กล่าวว่า ผลการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ไม่พบว่านายไบเดนและภรรยาติดเชื้อโควิด-19 แต่อย่างใด

ที่มา สมาคมค้าทองคำ 5 ต.ค.63

 
 
 
 
 
 
 
 

สถานที่ติดต่อ : สภาการเหมืองแร่ 222/2 ซ.มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ถ.วิภาวดีรังสิต

เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2275-7684-6 Fax 0-2692-3321
E-mail Contact : miningthai@miningthai.org