หน้าแรก
แนะนำองค์กร
การดำเนินงาน
ผู้บริหาร
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ห้องสมุดกฎหมาย
กระดานถาม-ตอบ
ข้อเสนอแนะ
ติดต่อเรา
สมัครสมาชิก

  หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
 
•
กรมอุตสาหกรรมพื้นฐาน
และการเหมืองแร่
 
•
กรมป่าไม้
 
•
สำนักงานนโยบายและแผน
ทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อม
 
•
กรมทรัพยากรธรณี
 
•
สำนักงานการปฏิรูปที่ดิน
เพื่อเกษตรกรรม
 
•
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า
และพันธุ์พืช
     
   

  วิเคราะห์ราคาทองคำ 14 ก.พ.62 วายแอลจี
  โดยสภาการเหมืองแร่ ประกาศวันที่ 15/2/2562

 

วิเคราะห์ราคาทองคำ 14 ก.พ.62 วายแอลจี

วิเคราะห์ราคาทองคำโดยบริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

            ราคาทองคำปรับตัวขึ้นมาพอเข้าใกล้โซนแนวต้าน 1,319  ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจมีแรงขายกลับสั้นๆ แนะนำจับตาสกุลเงินดอลลาร์เพื่อเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางราคาทองคำ

แนวรับ : 1302, 1287, 1276   แนวต้าน : 1319, 1326, 1334

ปัจจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 4.60  ดอลลาร์ต่อออนซ์  หลังจากในระหว่างวันปรับตัวสูงขึ้นทดสอบระดับสูงสุดบริเวณ 1,318.17  ดอลลาร์ต่อออนซ์จากการเปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐทรงตัวเป็นเดือนที่ 3 ในเดือนม.ค. หนุนการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)จะยังคงระงับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปสักระยะ  อย่างไรก็ดีดอลลาร์ยังคงแข็งค่าขึ้นจากการอ่อนค่าของสกุลเงินยูโร  หลังการผลิตในภาคอุตสาหกรรมของยูโรโซนร่วงลง 4.2% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงมากสุดในรอบ 9 ปี  ทำให้ราคาทองคำถูกแรงขายกดดันให้ร่วงลงในเวลาต่อมา  อีกปัจจัยที่กดดันให้เกิดแรงขายทำกำไรในทองคำ  ได้แก่  การปรับตัวขึ้นของดัชนีดาวโจนส์ขานรับความเชื่อมั่นว่าสหรัฐและจีนจะสามารถบรรลุข้อตกลงการค้าร่วมกันได้ หลังจากทั้งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์และนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ต่างก็ออกมากล่าวว่า  การเจรจาของทั้งสองฝ่ายเป็นไปด้วยดี  ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ราคาทองคำยังคงแกว่งตัวในกรอบการเคลื่อนไหวเดิม  ด้านกองทุน SPDR ลดการถือครองทองคำลงวานนี้อีก -2.04 ตัน  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยตัวเลข GDPไตรมาส 4/2018 ของเยอรมนีและยูโรโซน  รวมไปถึงดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI), ยอดค้าปลีก  และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ

ปัจจัยทางเทคนิค :

หากการอ่อนตัวลงของราคาทองคำไม่มากและยังสามารถรักษาระดับเหนือแนวรับแรกได้ราคาทองคำยังมีลุ้นดีดขึ้นทดสอบโซนแนวต้าน 1,319 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาทองคำไม่สามารถสร้างระดับสูงสุดใหม่จากวันก่อนหน้าได้ อาจทำให้เกิดแรงขายทำกำไรสลับออกมา  และอาจทำให้ราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 1,304-1,302 ดอลลาร์ต่อออนซ์เพื่อสะสมแรงซื้อ

กลยุทธ์การลงทุน :

เน้นการลงทุนระยะสั้นโดยเสี่ยงซื้อหากราคาอ่อนตัวลงมาในโซน 1,304-1,302 ดอลลาร์ต่อออนซ์ พร้อมลดการลงทุนหากราคาหลุด 1,302 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้อาจทยอยแบ่งทองคำออกขายทำกำไรบางส่วนหากราคาทองคำไม่ผ่านแนวต้านที่ 1,319ดอลลาร์ต่อออนซ์ ผ่านได้สามารถถือต่อ

ข่าวสารประกอบการลงทุน

(-) ยูโรสแตทเผยการผลิตภาคอุตฯยูโรโซนร่วง 4.2% ในธ.ค. ทรุดหนักสุดรอบ 9 ปี  สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (ยูโรสแตท) เปิดเผยว่า การผลิตในภาคอุตสาหกรรมของยูโรโซนร่วงลง 4.2% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นการปรับตัวที่ย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย.2552  เมื่อเทียบรายเดือน การผลิตในภาคอุตสาหกรรมของยูโรโซนปรับตัวลง 0.9% ในเดือนธ.ค. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับตัวลง 0.4%  “ตัวเลขดังกล่าวบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจยูโรโซนมีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับภาวะถดถอย” นายแอนดรูว์ เคนนิงแฮม หัวหน้านักวิเคราะห์จากแคปิตัล อิโคโนมิคส์ กล่าว

(-) ดอลล์แข็งเทียบค่าเงินหลัก รับความหวังเจรจาการค้า,นักลงทุนซึมซับข้อมูลเงินเฟ้อ  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (13 ก.พ.) โดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า สหรัฐและจีนจะสามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้า นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังแข็งค่าขึ้นหลังจากนักลงทุนซึมซับรายงานที่ว่า อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐทรงตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 110.99 เยน จากระดับ 110.50 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 1.0088 ฟรังก์ จากระดับ 1.0062 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3250 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3241 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1269 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1331 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงสู่ระดับ 1.2850 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2897 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 0.7094 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7098 ดอลลาร์สหรัฐ

(-) ดาวโจนส์ปิดบวก 117.51 จุด รับความหวังเจรจาการค้า,คาดเฟดตรึงดบ.หลังเงินเฟ้อซบเซา  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 2 เมื่อคืนนี้ (13 ก.พ.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงเชื่อมั่นว่าสหรัฐและจีนจะสามารถบรรลุข้อตกลงการค้าร่วมกันได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ได้ออกมาส่งสัญญาณว่าการเจรจาของทั้งสองฝ่ายเป็นไปด้วยดี นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยต่อไปในระยะนี้ หลังจากอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐทรงตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,543.27 จุด เพิ่มขึ้น 117.51 จุด หรือ +0.46% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,753.03 จุด เพิ่มขึ้น 8.30 จุด หรือ +0.30% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,420.38 จุด เพิ่มขึ้น 5.76 จุด หรือ +0.08%

(+/-) ทรัมป์-มนูชินประสานเสียง การเจรจาการค้ากับจีนกำลังไปได้ดี  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า สหรัฐได้ส่งคณะเจรจาที่มีความสามารถไปยังจีนในสัปดาห์นี้ และการเจรจาก็กำลังดำเนินไปอย่างดียิ่ง  ทางด้านนายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐ กล่าวว่า การเจรจาการค้ากับจีนเป็นไปด้วยดีในวันนี้  ต่อข้อถามเกี่ยวกับการประชุมที่กรุงปักกิ่ง นายมนูชินกล่าวว่า “จนถึงขณะนี้ การเจรจาเป็นไปด้วยดี”  อย่างไรก็ดี นายมนูชินไม่ได้เปิดเผยว่า เขาได้พบปะกับเจ้าหน้าที่จีนรายใด  ก่อนหน้านี้ นายมนูชินคาดหวังว่า การเจรจาจะเกิดผลเพื่อยุติความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน

(+/-) สหรัฐเผยดัชนี CPI ทรงตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 ในเดือนม.ค.  กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ทรงตัวเป็นเดือนที่ 3 ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายเดือน ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.1%  ดัชนี CPI ได้รับผลกระทบจากการดิ่งลงของราคาน้ำมัน ขณะที่ราคาอาหารปรับตัวขึ้น  เมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI เพิ่มขึ้น 1.6% ในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นน้อยที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.2560 หลังจากดีดตัวขึ้น 1.9% ในเดือนธ.ค.  หากไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ดัชนี CPI พื้นฐานเพิ่มขึ้น 0.2% เมื่อเทียบรายเดือน และสอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ โดยดัชนี CPI พื้นฐานเพิ่มขึ้น 0.2% ติดต่อกัน 5 เดือน  เมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI พื้นฐานปรับตัวขึ้น 2.2% หลังจากเพิ่มขึ้น 2.2% เช่นกันในเดือนพ.ย.และธ.ค.

ที่มา สมาคมค้าทองคำ 15 ก.พ.62

 
 
 
 
 
 
 
 

สถานที่ติดต่อ : สภาการเหมืองแร่ 222/2 ซ.มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ถ.วิภาวดีรังสิต

เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2275-7684-6 Fax 0-2692-3321
E-mail Contact : miningthai@miningthai.org