หน้าแรก
แนะนำองค์กร
การดำเนินงาน
ผู้บริหาร
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ห้องสมุดกฎหมาย
กระดานถาม-ตอบ
ข้อเสนอแนะ
ติดต่อเรา
สมัครสมาชิก

  หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
 
•
กรมอุตสาหกรรมพื้นฐาน
และการเหมืองแร่
 
•
กรมป่าไม้
 
•
สำนักงานนโยบายและแผน
ทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อม
 
•
กรมทรัพยากรธรณี
 
•
สำนักงานการปฏิรูปที่ดิน
เพื่อเกษตรกรรม
 
•
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า
และพันธุ์พืช
     
   

  วิเคราะห์ราคาทองคำโดย YLG
  โดยสภาการเหมืองแร่ ประกาศวันที่ 6/2/2562

 

วิเคราะห์ราคาทองคำโดย YLG 

คำแนะนำ :

       เน้นเก็งกำไรระยะสั้นในฝั่งซื้อโดยมีแนวรับบริเวณ 1,304-1,302 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหากราคาขยับขึ้นควรแบ่งขายทำกำไรบางส่วนหากราคาทองคำไม่ผ่านโซน 1,319 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้าผ่านได้สามารถถือต่อ

แนวรับ : 1302, 1287, 1276   แนวต้าน : 1319, 1326, 1334

ปัจจัยพื้นฐาน :

      ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 5.39 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยราคาทองคำได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์หลังสัปดาห์ที่ผ่านมามีการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐที่ดีเกินคาด  ขณะที่สกุลเงินยูโรอ่อนค่าลงจากรายงานของสำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (ยูโรสแตท)ที่ระบุวานนี้ว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในยูโรโซน ซึ่งเป็นมาตรวัดต้นทุนสินค้าที่หน้าโรงงาน ร่วงลง 0.8% ในเดือนธ.ค. สะท้อนความเสี่ยงทางเศรษฐกิจในยูโรโซนซึ่งเป็นปัจจัยกดดันสกุลเงินยูโรจนส่งผลเชิงลบต่อราคาทองคำเพิ่มเติม  นอกจากนี้ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยถูกกดดันจากความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงที่ฟื้นตัว  ท่ามกลางการคาดการณ์ในเชิงบวกเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน  ทั้งนี้  การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์  การอ่อนค่าของสกุลเงินยูโร  และความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันให้เกิดแรงขายในทองคำจนทำให้ทองคำร่วงลงแตะระดับต่ำสุดบริเวณ 1,308.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในระหว่างวัน  ด้านกองทุน SPDR  ลดการถือครองทองคำวานนี้ -4.11 ตัน  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการบริการ  รวมไปถึงการแถลงนโยบายประจำปีของประธานาธิบดีทรัมป์ต่อสภาคองเกรสสหรัฐในคืนนี้เวลา 21.00 น.ตามเวลาสหรัฐ หรือตรงกับช่วงเช้าวันพุธเวลา 09.00 น.ตามเวลาไทย

ปัจจัยทางเทคนิค :

     หากราคาทองคำยังไม่สามารถยืนเหนือโซน 1,319 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจทำให้เกิดการอ่อนตัวลงของราคาทดสอบแนวรับโซน 1,304-1,302 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากสามารถยืนเหนือโซนแนวรับแรกได้ก็จะเห็นการดีดตัวขึ้น โดยการขยับขึ้นจะมีแนวต้านถัดไปที่ 1,326 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

     รอดูบริเวณ 1,304-1,302 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่หลุดสามารถเข้าซื้อเพื่อเก็งกำไรระยะสั้น โดยขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวหรือบริเวณแนวต้าน 1,319  ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาผ่านแนวดังกล่าวให้รอดูบริเวณแนวต้านถัดไปที่ 1,326ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน

(+) สหรัฐเผยยอดสั่งซื้อภาคโรงงานร่วงลงสวนทางคาดการณ์ในเดือนพ.ย.  กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า คำสั่งซื้อภาคโรงงานของสหรัฐลดลง 0.6% ในเดือนพ.ย. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.2% หลังจากดิ่งลง 2.1% ในเดือนต.ค.  การร่วงลงของคำสั่งซื้อภาคโรงงานได้รับผลกระทบจากการดิ่งลงของคำสั่งซื้อเครื่องจักร และอุปกรณ์ไฟฟ้า

(-) ยูโรสแตทเผยดัชนี PPI ยูโรโซนปรับตัวต่ำกว่าคาดในเดือนธ.ค.  สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (ยูโรสแตท) เปิดเผยในวันนี้ว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในยูโรโซน ซึ่งเป็นมาตรวัดต้นทุนสินค้าที่หน้าโรงงาน ร่วงลง 0.8% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายเดือน โดยถูกกระทบจากราคาพลังงานที่อ่อนตัวลง  เมื่อเทียบรายปี ดัชนี PPI ปรับตัวขึ้น 3.0% ในเดือนธ.ค.  นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ดัชนี PPI จะปรับตัวลง 0.6% เมื่อเทียบรายเดือน และดีดตัวขึ้น 3.2% เมื่อเทียบรายปี  หากไม่นับรวมหมวดพลังงาน ดัชนี PPI ปรับตัวลงเพียง 0.1% เมื่อเทียบรายเดือน และดีดตัวขึ้น 1.3% เมื่อเทียบรายปี  ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงของดัชนี PPI เป็นสิ่งบ่งชี้ถึงดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เนื่องจากผู้ผลิตมักจะผลักภาระการเพิ่มขึ้นของราคาดังกล่าวไปยังผู้บริโภค

(-) ดาวโจนส์ปิดบวก 175.48 จุด หลังหุ้นเทคโนฯ,อุตสาหกรรมพุ่งรับความหวังเจรจาการค้า  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (4 ก.พ.) โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มอุตสาหกรรม ท่ามกลางความหวังที่ว่าความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนจะเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาผลประกอบการของบริษัทอัลฟาเบท ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิล และการแถลงนโยบายประจำปี (State of the Union) ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ ซึ่งจะมีขึ้นในช่วงเช้าวันพรุ่งนี้ตามเวลาไทย  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,239.37 จุด เพิ่มขึ้น 175.48 จุด หรือ +0.70% ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,347.54 จุด เพิ่มขึ้น 83.67 จุด หรือ +1.15% และดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,724.87 จุด เพิ่มขึ้น 18.34 จุด หรือ +0.68%

(-) ดอลลาร์ปรับขึ้นในวงกว้าง ขณะความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงกลับคืน  ดอลลาร์แข็งแกร่งขึ้นทั่วกระดานในวันจันทร์ ในขณะที่นักลงทุนได้แรงหนุนจากตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งของวันศุกร์และความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงที่เพิ่มขึ้น ช่วยหนุนดอลลาร์สู่ระดับสูงสุดรอบ 5 สัปดาห์ เมื่อเทียบกับเยน  ยูโรอ่อนตัวลง ในขณะที่นักลงทุนวิตกเกี่ยวกับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจต่อเศรษฐกิจยูโรโซน ขณะที่ความวิตกเกี่ยวกับแผนของอังกฤษในการถอนตัวจากสหภาพยุโรป (EU) ถ่วงปอนด์ลง  ดัชนีดอลลาร์ปรับขึ้น 0.28% มาที่ 95.843   “ดอลลาร์ได้แรงหนุนจากการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่ดีกว่าที่คาดไว้ ในภาวะที่ผลตอบแทนพันธบัตรลดลง และความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงกลับคืนมาเล็กน้อย” นักวิเคราะห์กล่าว  รายงานในวันศุกร์ของกระทรวงแรงงานสหรัฐแสดงว่า การจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 304,000 ตำแหน่งในเดือนที่ผ่านมา ซึ่งสูงกว่าคาดการณ์ และสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.พ.2018 ตัวเลขกิจกรรมการผลิตจาก ISM สำหรับเดือนม.ค.ดีกว่าที่คาดไว้เช่นกัน ซึ่งบ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งในเศรษฐกิจสหรัฐ  ความเชื่อมั่นในดอลลาร์เกิดการพลิกกลับในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ในขณะที่ข้อมูลที่อ่อนแอของยุโรป และการขยายแผนกระตุ้นในจีนหนุนอุปสงค์สำหรับดอลลาร์ แม้มีสิ่งบ่งชี้จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ว่า การขึ้นอัตราดอกเบี้ยอาจจะสิ้นสุดลงแล้วสำหรับขณะนี้  ในขณะที่หลายประเทศในเอเชียปิดทำการในวันหยุดสัปดาห์นี้ ดอลลาร์ยังได้แรงหนุนจากการเจรจาการค้าของเมื่อไม่นานมานี้ระหว่างจีนและสหรัฐ  เมื่อเทียบกับเยน ดอลลาร์ปรับตัวขึ้นในช่วงสั้นๆเหนือ 110 เยนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค.  ปอนด์ปรับตัวขึ้น หลังจากที่มีรายงานจากหนังสือพิมพ์ว่า สินค้าที่ส่งไปยังอังกฤษจากสหภาพยุโรป (EU) อาจจะผ่านไปโดยปราศจากการตรวจในกรณีของเบร็กซิท “แบบไร้ข้อตกลง” ก่อนที่จะลดแรงบวกทั้งหมดมาปรับตัวลง 0.34% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ ความวิตกในกลุ่มนักลงทุนเกี่ยวกับเบร็กซิท “แบบไร้ข้อตกลง” ยังคงเป็นแรงผลักดันสำคัญสำหรับปอนด์  ดอลลาร์แคนาดาอ่อนลง เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ โดยลดแรงทะยานบางส่วนของเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ในขณะที่ราคาน้ำมันร่วงลง และดอลลาร์ปรับขึ้นในวงกว้าง

ที่มา สมาคมค้าทองคำ 5 ก.พ.62

 
 
 
 
 
 
 
 

สถานที่ติดต่อ : สภาการเหมืองแร่ 222/2 ซ.มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ถ.วิภาวดีรังสิต

เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2275-7684-6 Fax 0-2692-3321
E-mail Contact : miningthai@miningthai.org