หน้าแรก
แนะนำองค์กร
การดำเนินงาน
ผู้บริหาร
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ห้องสมุดกฎหมาย
กระดานถาม-ตอบ
ข้อเสนอแนะ
ติดต่อเรา
สมัครสมาชิก

  หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
 
•
กรมอุตสาหกรรมพื้นฐาน
และการเหมืองแร่
 
•
กรมป่าไม้
 
•
สำนักงานนโยบายและแผน
ทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อม
 
•
กรมทรัพยากรธรณี
 
•
สำนักงานการปฏิรูปที่ดิน
เพื่อเกษตรกรรม
 
•
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า
และพันธุ์พืช
     
   

  วิเคราะห์ราคาทองคำโดยวายแอลจีฯ 8 ต.ค.61
  โดยสภาการเหมืองแร่ ประกาศวันที่ 9/10/2561

 

วิเคราะห์ราคาทองคำโดยวายแอลจีฯ 8 ต.ค.61

คำแนะนำ
          พิจารณาโซน 1,204-1,208 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในการเปิดสถานะขาย ขณะที่การเปิดสถานะซื้อจำเป็นต้องรอการอ่อนตัวลงเข้าใกล้แนวรับซึ่งจะเป็นการเก็งกำไรระยะสั้นเท่านั้น

ปัญจัยพื้นฐาน
          ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.59 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ หลังการเปิดเผยยอดขาดดุลการค้าเดือนส.ค.ที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในเดือนก.ย.ที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาดเพียง 134,000 ตำแหน่ง ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นในอัตราต่ำสุดในรอบ 1 ปี ด้านตัวเลขรายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงของแรงงานเพิ่มขึ้น 0.3% ตามคาดซึ่งไม่ได้บ่งชี้ถึงการพุ่งขึ้นของเงินเฟ้อ ส่งผลให้ตลาดมองว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ยังไม่มีความจำเป็นต้องเร่งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย สถานการณ์ดังกล่าวกดดันดอลลาร์และหนุนราคาทองคำ อย่างไรก็ดีอัตราการว่างงานกลับลดลงเกินคาดสู่ระดับ 3.7% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 50 ปี นอกจากนี้ถึงแม้ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรจะต่ำเกินคาด แต่ก็ไม่ได้ต่ำมากพอที่จะกระตุ้นแรงซื้อใหม่ๆในตลาดทองคำ ส่งผลให้การปรับตัวขึ้นของราคายังคงเป็นไปอย่างจำกัดเช่นกัน ด้านกองทุน SPDR ลดการถือครองทองคำลงในวันศุกร์ -1.47 ตัน สำหรับวันนี้ไม่มีกำหนดการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ ขณะที่ภาคธนาคารของสหรัฐจะปิดทำการในวันนี้เนื่องในวัน Columbus Day อย่างไรก็ตามตลาดหุ้นวอลล์สตรีทและตลาดทองคำยังคงเปิดซื้อขาย แต่ปริมาณการซื้อขายในช่วงการซื้อขายในฝั่งสหรัฐอาจเบาบางกว่าปกติ

ปัญจัยทางเทคนิค
         ราคาทองคำเกิดแรงขายให้อ่อนตัวลงหลังจากที่ดีดตัวขึ้นมาใกล้ 1,204-1,208 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ไม่สามารถผ่านไปได้ ทั้งนี้ หากการอ่อนตัวลงของราคาทองคำยังสามารถรักษาระดับเหนือบริเวณแนวรับ 1,188 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจจะเห็นการดีดตัวกลับขึ้นไปบริเวณแนวต้าน อย่างไรก็ตามหากราคาหลุดแนวรับแรกจะทำให้ราคายังคงอ่อนตัวลงต่อโดยมีแนวรับถัดไปที่ 1,180 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน
         แนะนำให้ลงทุนระยะสั้น โดยขายทองคำออกมาเมื่อราคาดีดตัวขึ้นไปบริเวณ 1,204-1,208 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และรอจังหวะเข้าซื้อคืนเมื่อราคาย่อตัวลงมาและไม่หลุดแนวรับ 1,188 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดโซนดังกล่าวอาจถอยจุดเข้าซื้อไปยังโซนแนวรับถัดไปที่ 1,180 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน
• (+) ดอลล์อ่อนเทียบค่าเงินหลัก หลังสหรัฐเผยข้อมูลเศรษฐกิจซบเซา ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (5 ต.ค.) หลังจากทางการสหรัฐเปิดเผยตัวเลขขาดดุลการค้าเดือนส.ค.พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน ขณะที่ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.ย.ของสหรัฐเพิ่มขึ้นน้อยกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 113.73 เยน จากระดับ 113.86 เยน และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9913 ฟรังก์ จากระดับ 0.9915 ฟรังก์ แต่ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2938 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2923 ดอลลาร์แคนาดา ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ที่ระดับ 1.1525 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1513 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะระดับ 1.3109 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3023 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลง แตะที่ระดับ 0.7051 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7074 ดอลลาร์สหรัฐ

• (+) สหรัฐเผยขาดดุลการค้าสูงสุดรอบ 6 เดือนในส.ค. ขณะนำเข้าสูงเป็นประวัติการณ์ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐเพิ่มขึ้น 3.2 พันล้านดอลลาร์ หรือ 6.4% สู่ระดับ 5.32 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน และเป็นการขาดดุลเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 3 หลังจากอยู่ที่ระดับ 5.0 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนก.ค. สหรัฐขาดดุลการค้าต่อจีน 2.611 แสนล้านดอลลาร์หากพิจารณาตั้งแต่ต้นปี ขณะที่ขาดดุลการค้า 3.86 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนส.ค. กระทรวงพาณิชย์ยังเปิดเผยว่า การส่งออกลดลง 0.8% สู่ระดับ 2.094 แสนล้านดอลลาร์ในเดือนส.ค. ส่วนการนำเข้าเพิ่มขึ้น 0.6% สู่ระดับ 2.627 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

• (+) ดาวโจนส์ปิดร่วง 180.43 จุด วิตกบอนด์ยีลด์พุ่งหลังสหรัฐเผยตัวเลขจ้างงาน ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงติดต่อกันเป็นวันที่ 2 เมื่อวันศุกร์ (5 ต.ค.) โดยตลาดถูกกดดันจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ หลังจากสหรัฐเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร ขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีร่วงลงต่อเนื่อง โดยเฉพาะหุ้นแอปเปิล อันเนื่องมาจากความตื่นตระหนกต่อรายงานข่าวที่ว่า จีนแอบฝังชิปคอมพิวเตอร์ในเซิร์ฟเวอร์บริษัทสหรัฐ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,447.05 จุด ร่วงลง 180.43 จุด หรือ -0.68% ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,788.45 จุด ลดลง 91.06 จุด หรือ -1.16% และดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,885.57 จุด ลดลง 16.04 จุด หรือ -0.55%

• (+/-) สหรัฐเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรต่ำสุดรอบ 1 ปี ขณะอัตราว่างงานต่ำสุดรอบเกือบ 50 ปี กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาดในเดือนก.ย. โดยเพิ่มขึ้นเพียง 134,000 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.ปีที่แล้ว และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 185,000 ตำแหน่ง กระทรวงแรงงานเปิดเผยว่า มีความเป็นไปได้ที่พายุเฮอร์ริเคนฟลอเรนซ์ ซึ่งได้พัดถล่มรัฐนอร์ธและเซาธ์แคโรไลนาในเดือนก.ย. เป็นสาเหตุที่ทำให้ตัวเลขการจ้างงานลดลงในบางภาคอุตสาหกรรม ส่วนอัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 3.7% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค.2512 ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลงสู่ระดับ 3.8% ขณะเดียวกัน ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน เพิ่มขึ้น 8 เซนต์ หรือ 0.3% ในเดือนก.ย. หลังจากเพิ่มขึ้น 0.3% เช่นเดียวกันในเดือนส.ค. และเพิ่มขึ้น 2.8% เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ทั้งนี้ ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงนับเป็นข้อมูลที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเงินเฟ้อ

• (+/-) แบงก์ชาติจีนประกาศลด RRR ลง 1% มีผลตั้งแต่ 15 ต.ค.นี้ ธนาคารกลางจีน (PBOC) ประกาศในวันนี้ว่า จะปรับลดสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) ลง 1% โดยจะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2561 แถลงการณ์ล่าสุดของ PBOC ระบุด้วยว่า จะมีการปล่อยสภาพคล่องเพื่อชำระคืนเงินกู้ระยะกลาง 4.5 แสนล้านหยวน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 15 ต.ค. นอกจากนี้ จะมีการอัดฉีดสภาพคล่องอีก 7.5 แสนล้านหยวนเข้าสู่ตลาด

ที่มา สมาคมค้าทองคำ

 
 
 
 
 
 
 
 

สถานที่ติดต่อ : สภาการเหมืองแร่ 222/2 ซ.มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ถ.วิภาวดีรังสิต

เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2275-7684-6 Fax 0-2692-3321
E-mail Contact : miningthai@miningthai.org