หน้าแรก
แนะนำองค์กร
การดำเนินงาน
ผู้บริหาร
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ห้องสมุดกฎหมาย
กระดานถาม-ตอบ
ข้อเสนอแนะ
ติดต่อเรา
สมัครสมาชิก

  หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
 
•
กรมอุตสาหกรรมพื้นฐาน
และการเหมืองแร่
 
•
กรมป่าไม้
 
•
สำนักงานนโยบายและแผน
ทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อม
 
•
กรมทรัพยากรธรณี
 
•
สำนักงานการปฏิรูปที่ดิน
เพื่อเกษตรกรรม
 
•
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า
และพันธุ์พืช
     
   

  วายแอลจีฯ วิเคราะห์ราคาทองคำ 6 ก.ย.61
  โดยสภาการเหมืองแร่ ประกาศวันที่ 6/9/2561

 

วายแอลจีฯ วิเคราะห์ราคาทองคำ 6 ก.ย.61

คำแนะนำ
หากราคาทองคำไม่สามารถยืน 1,202 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ให้แบ่งทองคำออกขายเพื่อทำกำไรบางส่วน แต่หากผ่านได้ให้ชะลอการขายไปที่แนวต้านถัดไป และเมื่อราคาอ่อนตัวลงให้เสี่ยงเข้าซื้อบริเวณแนวรับ 1,182-1,175 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ปัญจัยพื้นฐาน
ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้รับแรงหนุนจากรายงานข่าวของบลูมเบิร์กที่ระบุว่า สหราชอาณาจักร และเยอรมนีเตรียมที่จะยกเลิกเงื่อนไขที่เคยเป็นอุปสรรคต่อการเจรจาในประเด็น Brexit ซึ่งได้สร้างความหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถบรรลุข้อตกลงระหว่างกัน (Soft Brexit) ส่งผลให้เงินปอนด์และเงินยูโรแข็งค่าขึ้นจนกดดันสกุลเงินดอลลาร์ให้อ่อนค่าซึ่งช่วยสร้างแรงหนุนให้กับทองคำ อย่างไรก็ดีสกุลเงินดอลลาร์ยังเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดในรอบหลายสัปดาห์จากความวิตกเกี่ยวกับความตึงเครียดทางการค้า หลังสหรัฐเตรียมจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าต่อสินค้าของจีนวงเงิน 2 แสนล้านดอลลาร์ทันทีที่มาตรการดังกล่าวได้ข้อสรุปจากการทำประชาพิจารณ์ในวันพฤหัสบดีนี้ ประกอบกับนักลงทุนรอดูความชัดเจนเกี่ยวกับการเจรจาข้อตกลง NAFTA ฉบับใหม่ระหว่างสหรัฐและแคนาดา โดยล่าสุดบลูมเบิร์กรายงานว่า ทรัมป์กล่าวว่าสหรัฐอาจได้ข้อสรุปในไม่กี่วันข้างหน้านี้ว่าแคนาดาจะเป็นส่วนหนึ่งข้อตกลง NAFTA ฉบับใหม่หรือไม่ส่งผลให้ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ อาทิ การจ้างงานภาคเอกชนเดือนส.ค. จาก ADPและดัชนี PMI ภาคบริการ พร้อมกับจับตาความคืบหน้าเกี่ยวกับข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้าอย่างใกล้ชิด

ปัญจัยทางเทคนิค
หลังจากราคาทองคำดีดตัวขึ้นในระยะสั้นในช่วงที่ก่อนหน้านี้ก็มีแรงขายทำกำไรสลับออกมาแสดงให้เห็นถึงการแกว่งตัวที่ผันผวนเพิ่มขึ้น เบื้องต้น หากราคาทองคำไม่สามารถยืน 1,202 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ โดยนักลงทุนต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไรออกมาที่อาจเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจกดดันราคาทองคำให้ลงสู่แนวรับในระดับ 1,182-1,175 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้

กลยุทธ์การลงทุน
หลังจากราคาทองคำดีดตัวขึ้นในระยะสั้นในช่วงที่ก่อนหน้านี้ก็มีแรงขายทำกำไรสลับออกมาแสดงให้เห็นถึงการแกว่งตัวที่ผันผวนเพิ่มขึ้น เบื้องต้น หากราคาทองคำไม่สามารถยืน 1,202 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ โดยนักลงทุนต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไรออกมาที่อาจเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจกดดันราคาทองคำให้ลงสู่แนวรับในระดับ 1,182-1,175 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้

ข่าวสารประกอบการลงทุน
• (+) เงินปอนด์,ยูโรแข็งค่าเทียบดอลล์ รับความหวังเจรจา Brexit เงินปอนด์และยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (5 ก.ย.) ขานรับความหวังที่ว่า การเจรจาเกี่ยวกับการแยกตัวของสหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) จะเป็นไปอย่างราบรื่น ขณะที่ดอลลาร์ได้รับแรงกดดันจากรายงานที่ว่า สหรัฐมียอดขาดดุลการค้าสูงสุดในรอบ 5 เดือน เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ที่ระดับ 1.2898 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2856 ดอลลาร์ ขณะที่ยูโรแข็งค่าขึ้นแตะระดับ 1.1623 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1579 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นแตะระดับ 0.7185 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7178 ดอลลาร์สหรัฐ หากเทียบกับเงินเยน ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นแตะระดับ 111.52 เยน จากระดับ 111.49 เยน และแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดาที่ระดับ 1.3187 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3177 ดอลลาร์แคนาดา แต่ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิสที่ระดับ 0.9724 ฟรังก์ จากระดับ 0.9747 ฟรังก์

• (+) มาร์กิตเผยดัชนี PMI ภาคบริการเยอรมนีพุ่งสูงสุดรอบ 6 เดือนในส.ค. ไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายของเยอรมนี อยู่ที่ 55.0 ในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน และสูงกว่าระดับ 54.1 ในเดือนก.ค. การดีดตัวขึ้นของดัชนีในเดือนส.ค.ได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของการจ้างงาน ซึ่งแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 11 ปี รวมทั้งการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อใหม่ ดัชนียังคงอยู่เหนือกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่า กิจกรรมในภาคบริการของเยอรมนียังคงมีการขยายตัว โดยดัชนีอยู่เหนือกว่าระดับ 50 ติดต่อกัน 63 เดือน

• (+) มาร์กิตเผยดัชนี PMI ภาคบริการยูโรโซนปรับตัวขึ้นในเดือนส.ค. ไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายของยูโรโซน ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 54.4 ในเดือนส.ค. จากระดับ 54.2 ในเดือนก.ค. การดีดตัวขึ้นของดัชนี PMI ได้รับผลบวกจากการเพิ่มขึ้นของการจ้างงาน ดัชนียังคงอยู่สูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่า กิจกรรมในภาคบริการของยูโรโซนยังคงมีการขยายตัว

• (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 22.51 จุด ขณะ Nasdaq ร่วงหนักจากแรงฉุดหุ้นกลุ่มเทคโนฯ ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดขยับขึ้นเพียงเล็กน้อยเมื่อคืนนี้ (5 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้า ขณะที่ดัชนี Nadaq ร่วงลงกว่า 1% เนื่องจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีดิ่งลงอย่างหนัก หลังจากผู้บริหารของบริษัทเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ได้เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการข่าวกรองของวุฒิสภาสหรัฐ เกี่ยวกับการให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องในช่วงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อปีที่แล้ว ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,974.99 จุด เพิ่มขึ้น 22.51 จุด หรือ +0.09% ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,995.17 จุด ลดลง 96.07 จุด หรือ -1.19% และ ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,888.60 จุด ลดลง 8.12 จุด หรือ -0.28%

• (+/-) สหรัฐเผยขาดดุลการค้าพุ่งทะลุ 5 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนก.ค. สูงสุดรอบ 5 เดือน กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐพุ่งขึ้น 9.5% สู่ระดับ 5.01 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือน และเป็นการขาดดุลเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 2 หลังจากอยู่ที่ระดับ 4.57 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนมิ.ย. นอกจากนี้ การพุ่งขึ้น 9.5% ของตัวเลขขาดดุลในเดือนก.ค. ยังถือเป็นการทะยานขึ้นมากที่สุดเมื่อเทียบรายเดือนนับตั้งแต่ปี 2558 โดยมีสาเหตุจากการลดลงของการส่งออกถั่วเหลืองและเครื่องบิน ขณะที่การนำเข้าพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สหรัฐขาดดุลการค้าต่อจีนพุ่งขึ้น 10% สู่ระดับ 3.68 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ขาดดุลการค้าต่อเม็กซิโกลดลง 25.3% สู่ระดับ 5.5 พันล้านดอลลาร์ และขาดดุลต่อสหภาพยุโรปพุ่งขึ้น 50% สู่ระดับ 1.76 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ขาดดุลต่อแคนาดาเพิ่มขึ้น 57.6% สู่ระดับ 3.1 พันล้านดอลลาร์

สมาคมค้าทองคำ 6 ก.ย.61

 
 
 
 
 
 
 
 

สถานที่ติดต่อ : สภาการเหมืองแร่ 222/2 ซ.มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ถ.วิภาวดีรังสิต

เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2275-7684-6 Fax 0-2692-3321
E-mail Contact : miningthai@miningthai.org