หน้าแรก
แนะนำองค์กร
การดำเนินงาน
ผู้บริหาร
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ห้องสมุดกฎหมาย
กระดานถาม-ตอบ
ข้อเสนอแนะ
ติดต่อเรา
สมัครสมาชิก

  หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
 
•
กรมอุตสาหกรรมพื้นฐาน
และการเหมืองแร่
 
•
กรมป่าไม้
 
•
สำนักงานนโยบายและแผน
ทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อม
 
•
กรมทรัพยากรธรณี
 
•
สำนักงานการปฏิรูปที่ดิน
เพื่อเกษตรกรรม
 
•
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า
และพันธุ์พืช
     
   

  วิเคราะห์ราคาทองคำโดย วายแอลจีฯ
  โดยสภาการเหมืองแร่ ประกาศวันที่ 9/7/2561

 

วิเคราะห์ราคาทองคำโดย วายแอลจีฯ

คำแนะนำ
หากราคาสามารถยืนเหนือโซนแนวต้าน 1,266 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้จำเป็นต้องชะลอการเปิดสถานะขายออกไปก่อน ทั้งนี้ ควรพิจารณาการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน

ปัญจัยพื้นฐาน
ราคาทองคำศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวลดลง 2.97 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ถึงแม้จะได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ หลังการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่ถึงแม้จะพุ่งขึ้นมากกว่าคาดในเดือนมิ.ย.โดยเพิ่มขึ้น 213,000 ตำแหน่ง แต่อัตราการว่างงานกลับปรับตัวขึ้นเกินคาดสู่ระดับ 4.0% ส่วนตัวเลขรายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงแรงงานที่เป็นข้อมูลที่ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ให้ความสำคัญเพื่อหาสัญญาณเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นต่ำกว่าคาดเพียง 0.2% บ่งชี้ถึงการชะลอตัวของค่าจ้างในเดือนมิ.ย.ซึ่งจะทำให้เฟดไม่จำเป็นต้องเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย อย่างไรก็ตามทองคำกลับไม่ได้รับอานิสงค์เชิงบวกจากประเด็นดังกล่าว เนื่องจากดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเกือบ 100 จุดซึ่งกดดันความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย นอกจากนี้นักลงทุนยังคงระมัดระวังในการเข้าซื้อทองคำจนกว่าจะเกิดปัจจัยบวกใหม่ๆประกอบกัน อาทิ สงครามการค้าที่ทวีความรุนแรงขึ้นพร้อมๆกับความผันผวนในตลาดหุ้นและสัญญาณในเชิงพิราบ(Dovish)จากเฟด ด้านกองทุน SPDR ลดการถือครองทองคำลงในวันศุกร์จำนวน -1.18 ตัน สำหรับวันนี้ไม่มีกำหนดการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ

ปัญจัยทางเทคนิค
หากราคาทองคำปรับตัวลงมาพอเข้าใกล้โซนแนวรับ 1,248 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจมีแรงดีดกลับสั้นๆ เบื้องต้นอาจต้องระวังแรงขายกลับลงมาอีกครั้งหากราคายังไม่มีแรงซื้อมากพอ หรือ ไม่มีปัจจัยใหม่มาดันราคาขึ้น แต่หากมีแรงซื้อมากพอจนราคาผ่านแนวต้าน 1,266 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ประเมินว่าราคาจะปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 1,272 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน
หากราคาไม่หลุด 1,248 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สามารถเปิดสถานะซื้อใหม่ เพื่อหวังทำกำไรจากการดีดตัวระยะสั้น อย่างไรก็ตามอาจดูแรงซื้อแรงขายในช่วงนี้เพื่อประกอบการตัดสินใจ แต่หากราคาดีดกลับจนสามารถยืนเหนือ 1,266 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ การถือสถานะขายยังต้องระมัดระวังเช่นกัน

ข่าวสารประกอบการลงทุน
• (+) ดอลล์อ่อนเทียบยูโร นักลงทุนคาดเฟดไม่เร่งขึ้นดบ. เหตุค่าจ้างชะลอตัว ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินยูโรและฟรังก์สวิส ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (6 ก.ค.) หลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขค่าจ้างต่อชั่วโมงซึ่งเป็นข้อมูลที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มองว่าเป็นสัญญาณบ่งชี้ภาวะเงินเฟ้อนั้น ชะลอตัวลงในเดือนมิ.ย. ซึ่งทำให้นักลงทุนคาดว่าเฟดจะไม่เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9900 ฟรังก์ จากระดับ 0.9924 ฟรังก์ แต่แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 110.68 เยน จากระดับ 110.48 เยน ยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1680 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1666 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงสู่ระดับ 1.3215 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3236 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นแตะระดับ 0.7429 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7402 ดอลลาร์สหรัฐ

• (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 99.74 จุด รับตัวเลขจ้างงานแข็งแกร่ง,คาดเฟดไม่เร่งขึ้นดบ. ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นเมื่อวันศุกร์ (6 ก.ค.) ขานรับตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐที่แข็งแกร่งเกินคาดในเดือนมิ.ย. นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะไม่เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังจากตัวเลขค่าจ้างต่อชั่วโมงซึ่งเป็นข้อมูลที่เฟดมองว่าเป็นสัญญาณบ่งชี้ภาวะเงินเฟ้อนั้น ขยายตัวต่ำกว่าคาดในเดือนมิ.ย. โดยมุมมองด้านบวกที่นักลงทุนมีต่อข้อมูลแรงงานสหรัฐนั้น ได้ช่วยสกัดปัจจัยลบจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 24,456.48 จุด เพิ่มขึ้น 99.74 จุด หรือ +0.41% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,759.82 จุด เพิ่มขึ้น 23.21 จุด หรือ +0.85% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,688.39 จุด เพิ่มขึ้น 101.96 จุด หรือ +1.34%

• (-) นักวิเคราะห์คาดบอนด์ยีลด์สหรัฐดีดตัวแตะ 3.75% ก่อนสิ้นปีนี้ นายแพททริก อาร์มสตรอง หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของพลูริมิ อินเวสเมนท์ แมเนเจอร์ กล่าวว่า นักลงทุนควรเตรียมพร้อมรับมือการพุ่งขึ้นเกือบ 1% ของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีก่อนสิ้นปีนี้ นายอาร์มสตรองคาดการณ์ว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะดีดตัวขึ้นอย่างมากก่อนสิ้นปีนี้ ถ้าหากสงครามการค้าไม่ลุกลามออกไป โดยอาจดีดตัวเหนือ 3.5% หรืออาจทะยานถึง 3.75% เขากล่าวว่า "ผมคิดว่าเราจะคลายวิตกจากสงครามการค้า ขณะที่หันมาพิจารณาความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐ และการดีดตัวของเงินเฟ้อ" นายอาร์มสตรองกล่าวว่า ปัจจัยหนุนการดีดตัวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลคือการพุ่งขึ้นของค่าจ้าง และการใช้มาตรการคุมเข้มทางการเงิน

• (-) สหรัฐเผยขาดดุลการค้าต่ำสุดรอบ 1 ปีครึ่งในเดือนพ.ค. ขณะส่งออกพุ่งเป็นประวัติการณ์ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 1 ปีครึ่งในเดือนพ.ค. หลังการส่งออกพุ่งขึ้นเป็นประวัติการณ์ ทั้งนี้ ตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐลดลง 6.6% สู่ระดับ 4.31 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนพ.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.2559 โดยต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าลดลงสู่ระดับ 4.37 หมื่นล้านดอลลาร์ และลดลงจากระดับ 4.61 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนเม.ย. อย่างไรก็ดี สหรัฐขาดดุลการค้าต่อจีนพุ่งขึ้น 18.7% สู่ระดับ 3.32 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนพ.ค. และขาดดุลการค้าต่อเม็กซิโกทะยานขึ้น 18.8%

• (+/-) สหรัฐเผยตัวเลขจ้างงานพุ่งเกินคาดในเดือนมิ.ย. ขณะอัตราว่างงานสูงกว่าคาด กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรพุ่งขึ้นมากกว่าคาดในเดือนมิ.ย. โดยเพิ่มขึ้น 213,000 ตำแหน่ง สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 195,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 4.0% โดยสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะทรงตัวที่ระดับ 3.8% ขณะเดียวกัน ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน เพิ่มขึ้น 5 เซนต์/ชั่วโมง หรือ 0.2% จากระดับ 0.3% ในเดือนพ.ค. และเพิ่มขึ้น 2.7% เมื่อเทียบรายปี โดยต่ำกว่าที่คาดไว้ที่ระดับ 2.8% จากระดับ 2.7% ในเดือนพ.ค. ทั้งนี้ ตัวเลขค่าจ้างต่อชั่วโมงนับเป็นข้อมูลที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งการชะลอตัวของค่าจ้างในเดือนมิ.ย.ทำให้คาดว่าเฟดจะยังคงปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป

ที่มา สมาคมค้าทองคำ 9 ก.ค.61

 
 
 
 
 
 
 
 

สถานที่ติดต่อ : สภาการเหมืองแร่ 222/2 ซ.มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ถ.วิภาวดีรังสิต

เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2275-7684-6 Fax 0-2692-3321
E-mail Contact : miningthai@miningthai.org