หน้าแรก
แนะนำองค์กร
การดำเนินงาน
ผู้บริหาร
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ห้องสมุดกฎหมาย
กระดานถาม-ตอบ
ข้อเสนอแนะ
ติดต่อเรา
สมัครสมาชิก

  หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
 
•
กรมอุตสาหกรรมพื้นฐาน
และการเหมืองแร่
 
•
กรมป่าไม้
 
•
สำนักงานนโยบายและแผน
ทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อม
 
•
กรมทรัพยากรธรณี
 
•
สำนักงานการปฏิรูปที่ดิน
เพื่อเกษตรกรรม
 
•
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า
และพันธุ์พืช
     
   

  วิเคราะห์ราคาทองคำโดย วายแอลจีฯ
  โดยสภาการเหมืองแร่ ประกาศวันที่ 4/6/2561

 

วิเคราะห์ราคาทองคำโดย วายแอลจีฯ

คำแนะนำ
ซื้อขายเพื่อเก็งกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว โดยแนะนำเข้าซื้อหากราคาทองคำสามารถยืนเหนือบริเวณ 1,282-1,280 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ และทยอยปิดสถานะทำกำไรหากไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,300-1,307 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ปัยจัยพื้นฐาน
ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวลดลง 7.89 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์และการทะยานขึ้นกว่า 200 จุดของดัชนีดาวโจนส์ ขานรับตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐที่พุ่งขึ้น 223,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ค. ซึ่งสูงกว่าที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นราว 188,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 3.8% แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย.ปี 2000 รวมถึงต่ำกว่าที่คาดว่าจะทรงตัวที่ระดับ 3.9% ขณะเดียวกันตัวเลขรายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงของแรงงานเพิ่มขึ้นเกินคาดที่ 8 เซนต์/ชั่วโมง หรือ 0.3% เช่นกัน ทั้งนี้ ตัวเลขเศรษฐกิจทั้งในแง่ของตลาดแรงงานและอัตราเงินเฟ้อที่แข็งแกร่งเกินคาด เป็นปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนการเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) และช่วยกระตุ้นการคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทั้งในการประชุมเดือนใกล้และเดือนไกลให้ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำให้ปรับตัวลดลงแตะระดับต่ำสุดบริเวณ 1,289.29 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในระหว่างการซื้อขายของวันศุกร์ ด้านกองทุน SPDR ลดการถือครองทองคำในวันศุกร์ -10.61 ตัน สำหรับวันนี้ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานของสหรัฐ

ปัยจัยทางเทคนิค
แม้จะมีแรงซื้อให้ราคาดีดตัวขึ้น แต่ยังคงเห็นแรงขายกดดันสลับออกมาเช่นกัน หากการดีดตัวของราคายังไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านระดับ 1,300-1,307 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจทำให้เกิดแรงขายกดดันให้ปรับตัวลงสู่ระดับ 1,282-1,280 ดอลลาร์ต่อออนซ์เช่นเดิม

กลยุทธ์การลงทุน
เสี่ยงเปิดสถานะขายทำกำไรระยะสั้นในบริเวณ 1,300-1,307 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือถ้าเกิดการอ่อนตัวลงมาอาจเปิดสถานะซื้อใหม่หากราคาทองคำไม่หลุด 1,282-1,280 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตามสถานะซื้อลดพอร์ตการลงทุนหากราคาหลุด 1,280 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน
• (+) รมว.คลังกลุ่มประเทศ G7 ประณามมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมของสหรัฐ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังของกลุ่มประเทศ G7 ออกโรงวิพากษ์วิจารณ์มาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมของสหรัฐอย่างหนัก ในที่ประชุมรัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางของกลุ่ม G7 ที่ประเทศแคนาดา โดยสหภาพยุโรป (EU) และรัฐบาลแคนาดา ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าวต่างให้คำมั่นว่าจะดำเนินการตอบโต้ ด้านนายบรูโน เลอ แมร์ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังของฝรั่งเศสเตือนว่า สงครามการค้าอาจจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

• (+) มาร์กิตเผยดัชนี PMI ภาคการผลิตสหรัฐชะลอตัวในเดือนพ.ค. ไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) สำหรับภาคการผลิตขั้นสุดท้ายของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 56.4 ในเดือนพ.ค. จากระดับ 56.5 ในเดือนเม.ย.

• (-) สหรัฐเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรพุ่งเกินคาดในเดือนพ.ค. ขณะอัตราว่างงานต่ำกว่าคาด กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรพุ่งขึ้นมากกว่าคาดในเดือนพ.ค. โดยเพิ่มขึ้น 223,000 ตำแหน่ง สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 188,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 3.8% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย.2543 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะทรงตัวที่ระดับ 3.9% ขณะเดียวกัน ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน เพิ่มขึ้น 8 เซนต์/ชั่วโมง หรือ 0.3% สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 0.1% ในเดือนเม.ย. และเพิ่มขึ้น 2.7% เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 2.6% ในเดือนเม.ย. ทั้งนี้ ตัวเลขค่าจ้างต่อชั่วโมงนับเป็นข้อมูลที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเงินเฟ้อ

• (-) ISM เผยดัชนีภาคการผลิตสหรัฐพุ่งสูงกว่าคาดในเดือนพ.ค. ผลสำรวจของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ระบุว่า ดัชนีภาคการผลิตของ ISM พุ่งขึ้นสู่ระดับ 58.7 ในเดือนพ.ค. จากระดับ 57.3 ในเดือนเม.ย. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าดัชนีจะปรับตัวสู่ระดับ 58.4

• (-) ดอลลาร์แข็งค่าเทียบสกุลเงินหลัก ขานรับตัวเลขจ้างงานสหรัฐสดใส สกุลเงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (1 มิ.ย.) ขานรับตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐที่พุ่งเกินคาดในเดือนพ.ค. ขณะที่อัตราว่างงานก็ต่ำกว่าคาดการณ์ ดอลลาร์แข็งค่าเทียบเยนที่ระดับ 109.53 เยน จาก 108.68 เยน และแข็งค่าเทียบฟรังก์สวิสที่ 0.9887 ฟรังก์ จาก 0.9849 ฟรังก์ ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบดอลลาร์แตะ 1.1663 ดอลลาร์ จาก 1.1691 ดอลลาร์ ขณะที่ปอนด์แข็งเทียบดอลลาร์ที่ระดับ 1.3345 ดอลลาร์ จาก 1.3290 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าเทียบดอลลาร์สหรัฐ แตะที่ 0.7570 ดอลลาร์สหรัฐ จาก 0.7566 ดอลลาร์สหรัฐ

• (-) ดาวโจนส์ปิดทะยาน 219.37 จุด ขานรับตัวเลขจ้างงานสหรัฐแข็งแกร่งเกินคาด ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อคืนนี้ (1 มิ.ย.) ขานรับตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐที่พุ่งเกินคาดในเดือนพ.ค. ขณะที่อัตราว่างงานก็ต่ำกว่าคาดการณ์ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ทะยาน 219.37 จุด หรือ 0.90% ปิดที่ 24,635.21 จุด ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 29.35 จุด หรือ 1.08% ปิดที่ 2,734.62 จุด ดัชนี Nasdaq บวก 112.21 จุด หรือ 1.51% ปิดที่ 7,554.33 จุด

• (+/-) จีนออกแถลงการณ์หลังเสร็จสิ้นการเจรจาทางการค้ากับสหรัฐ คณะผู้แทนจีนและสหรัฐ ซึ่งนำโดยนายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีของจีนและนายวิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐ ได้เข้าร่วมการหารือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างสองประเทศในกรุงปักกิ่ง ระหว่างวันที่ 2-3 มิถุนายน สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เพื่อให้เกิดการบังคับใช้ข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องระหว่างการหารือครั้งก่อนในกรุงวอชิงตันของสหรัฐ ทั้งจีนและสหรัฐมีการสื่อสารที่ดีระหว่างกันในหลายประเด็น ทั้งด้านการเกษตรและพลังงาน ตลอดจนมีความก้าวหน้าในเชิงบวกและเป็นรูปธรรม ส่วนรายละเอียดที่แน่ชัดยังไม่ได้รับการยืนยันจากสองฝ่าย อย่างไรก็ดี ผลการเจรจาหารือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างสองประเทศจะกลายเป็นโมฆะในทันทีหากสหรัฐยังคงดำเนินมาตรการเรียกเก็บภาษีและมาตรการกีดดันทางการค้าอื่นๆ

ที่มา สมาคมค้าทองคำ วันที่ 4 มิ.ย.61

 
 
 
 
 
 
 
 

สถานที่ติดต่อ : สภาการเหมืองแร่ 222/2 ซ.มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ถ.วิภาวดีรังสิต

เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2275-7684-6 Fax 0-2692-3321
E-mail Contact : miningthai@miningthai.org