หน้าแรก
แนะนำองค์กร
การดำเนินงาน
ผู้บริหาร
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ห้องสมุดกฎหมาย
กระดานถาม-ตอบ
ข้อเสนอแนะ
ติดต่อเรา
สมัครสมาชิก

  หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
 
•
กรมอุตสาหกรรมพื้นฐาน
และการเหมืองแร่
 
•
กรมป่าไม้
 
•
สำนักงานนโยบายและแผน
ทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อม
 
•
กรมทรัพยากรธรณี
 
•
สำนักงานการปฏิรูปที่ดิน
เพื่อเกษตรกรรม
 
•
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า
และพันธุ์พืช
     
   

  คู่ค้างัดมาตรการกีดกันไทย
  โดยสภาการเหมืองแร่ ประกาศวันที่ 4/6/2561

 

คู่ค้างัดมาตรการกีดกันไทยเหมืองทองคิงส์เกต-ชิ้นส่วนรถยนต์อ่วม

      ไทยอ่วมคู่ค้าแห่ใช้มาตรการทางการค้า “คิงส์เกต” ยื่นคำเสนอข้อพิพาทรัฐบาลไทยเตรียมเจรจาไกล่เกลี่ยผิด TAFTA กรณีระงับเหมืองทองคำ-ด้านอุตฯยานยนต์ชิ้นส่วน เจอเวียดนามใช้มาตรการนำเข้า-สหรัฐเตรียมใช้มาตรา 232 ขึ้นภาษีนำเข้า

      นายพสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า เมื่อวันที่ 31 พ.ค. 2561 ที่ผ่านมา บริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ซึ่งประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำใน 3 จังหวัด เพชรบูรณ์ พิจิตร พิษณุโลก ได้ยื่นคำเสนอข้อพิพาท (Statement of Claim) ในกรณีพิพาทกับราชอาณาจักรไทยเกี่ยวกับกิจการเหมืองแร่ทองคำว่าขัดต่อความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA)

      “รัฐบาลไทยพร้อมเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการ มั่นใจว่าการดำเนินการของรัฐบาลไทยเป็นมาตรการที่ถูกต้อง สมควรแก่เหตุ ไม่เลือกปฏิบัติ และไม่ได้ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ”

      นายวิษณุ ทับเที่ยง อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลไทยเตรียมรวบรวมเอกสารเพื่อคัดค้านคำฟ้องต่อศาล ที่คาดว่าจะเข้าสู่ขั้นตอนการไต่สวนภายใต้กรอบเวลาที่กำหนด และคาดว่าจะใช้สิงคโปร์เป็นสถานที่เจรจาเพื่อยุติข้อพิพาท คาดว่าอาจใช้เวลาถึง 2 ปี ในการไต่สวนตามกระบวนการอนุญาโตตุลาการจึงจะแล้วเสร็จ อย่างไรก็ตามรัฐบาลไทยมั่นใจว่าจะชนะคิงส์เกตฯ

      “วันที่ 31 พ.ค. คือวันสุดท้ายที่คิงส์เกตฯสามารถใช้สิทธิ์ภายใต้ TAFTA ไม่ใช่การตัดสินชี้ขาดว่าใครถูกใครผิด และเป็นขั้นตอนปกติในชั้นแรกของกระบวนการอนุญาโตตุลาการเท่านั้น หลังจากนี้ทางคณะกรรมการระงับข้อพิพาทจะพิจารณาคำกล่าวหาเพื่อแก้ต่างคำฟ้องที่ยื่นมา แต่ในกรอบเวลาระหว่างนี้ ทั้งรัฐบาลไทยและคิงส์เกตฯ ยังคงยืนยันที่จะเปิดโอกาสในการเจรจาเพื่อยุติข้อพิพาทดังกล่าวได้ด้วย”

      ทั้งนี้ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายแร่แห่งชาติ(คนร.) ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานได้ประชุมไปแล้วเพียง 2 ครั้ง (ล่าสุด เดือน ก.พ.2561) ซึ่งมีการพิจารณาเพื่อเห็นชอบ 2 เรื่องหลัก คือ นโยบายทองคำ และปลดล็อกเพื่อเปิดให้พิจารณาเหมืองแร่ทองคำที่เคยยื่นขอไว้ซึ่งขณะนี้ คนร. ได้หมดอายุ จึงต้องออกกฎกระทรวงแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิภายใน มิ.ย. นี้ ซึ่งจะประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญ 6 ด้าน คือ ด้านปกครองส่วนท้องถิ่น ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านวิศวกรรมเหมืองแร่ ด้านธรณีวิทยา ด้านสังคม และตัวแทนองค์กรเอกชน จากนี้คณะกรรมการ คนร. จะทำหน้าที่ทำแผนแม่บทสำหรับอุตสาหกรรมแร่ทั้งหมด 5 ปี จากนั้นจะเห็นทิศทางของการทำเหมืองแร่ทุกประเภทในประเทศไทยว่าจะเป็นไปอย่างไร

      ด้านนางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยภายหลังผลการประชุมร่วมกับกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน เพื่อแก้ไขปัญหากรณีเวียดนามออกระเบียบควบคุมการนำเข้ารถยนต์ ซึ่งบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 ส่งผลให้การตรวจสอบล่าช้าจาก 3-4 วัน เป็น 30 วัน ส่งผลให้ยอดส่งออกจนถึงเดือนพฤษภาคมส่งออกได้ 6,500 คัน จากเป้าหมาย 65,000 คัน ซึ่งทางกระทรวงพาณิชย์ได้กดดันเวียดนามทุกเวที โดยในเดือนสิงหาคมนี้จะมียกขึ้นหารือในเวทีคณะกรรมการร่วมทางการค้า (JTC) ไทย-เวียดนาม เพื่อขอให้ยกเลิกหรือผ่อนปรนกฎระเบียบ และเร่งจัดทำความตกลงยอมรับร่วม (MRAs) ระหว่างไทยและเวียดนาม เพื่อให้เวียดนามยอมรับการตรวจสอบมาตรฐานของไทย โดยที่ไม่ต้องตรวจสอบซ้ำที่เวียดนาม

      พร้อมกันนี้กรมยังได้หารือเอกชนถึงกรณีสหรัฐประกาศเริ่มไต่สวนสินค้ายานยนต์และชิ้นส่วนนำเข้าจากต่างประเทศตามมาตรา 232 กฎหมาย Trade Expansion Act ปี 1962 จากก่อนหน้านี้ได้ใช้มาตรการนี้กับสินค้าเหล็กและอะลูมิเนียม โดยให้เหตุผลว่าสินค้านำเข้าคุกคามให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงสหรัฐ โดยคาดว่าสหรัฐจะสรุปผลเรื่องนี้ภายใน 9 เดือน เสนอประธานาธิบดีสหรัฐพิจารณาอีกประมาณ 90 วัน ซึ่งไทยต้องหาทางออกเพื่อให้การค้าเดินหน้าไปได้ อย่างไรก็ตาม ไทยเป็นผู้ส่งออกไปสหรัฐอันดับที่ 18 ไม่น่าสร้างความเสียหายหรือความมั่นคงให้กับสหรัฐได้

      ส่วนความคืบหน้าในการหารือกับสหรัฐ กรณีการใช้มาตรการ 232 ในสินค้าเหล็กและอะลูมิเนียม ขณะนี้ภาคเอกชนของไทยต้องหารือกับผู้นำเข้าสหรัฐ เพื่อให้ยื่นเรื่องต่อกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ ขอยกเว้นภาษีนำเข้าเป็นรายสินค้า

     ด้านนายปริญญา เขตคาม อุปนายกสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย กล่าวว่า ผู้ส่งออกได้รับผลกระทบจากมาตรฐานของเวียดนามทางอ้อมทำให้ไม่สามารถส่งออกไปได้ ส่วนกรณีสหรัฐหากมีการปรับขึ้นภาษีไปถึง 25% จริง จะเป็นต้นทุนที่สูงขึ้นทันที จะทำให้เอสเอ็มอีได้รับผลกระทบมากที่สุด และอาจจะส่งผลต่อการลงทุนของบริษัทรถยนต์ข้ามชาติที่เข้ามาลงทุนผลิตรถในไทยเพื่อการส่งออกด้วย เพราะแต่หากบริษัทข้ามชาติที่เข้ามาลงทุนเพื่อส่งออกนั้นอาจจะกระทบบ้าง ที่มีผลต่อต้นทุนและอนาคตอาจจะทำให้มีการหาคู่ค้าใหม่ทดแทนประเทศไทยเพื่อไม่ให้กระทบ ทางแก้ไขผู้ส่งออกอาจต้องหาตลาดใหม่รองรับ ควบคู่กับการหารือกับคู่ค้าซึ่งเป็นผู้นำเข้าสหรัฐเพื่อขอยกเว้นรายประเทศต่อไป

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 2 มิ.ย.61

 
 
 
 
 
 
 
 

สถานที่ติดต่อ : สภาการเหมืองแร่ 222/2 ซ.มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ถ.วิภาวดีรังสิต

เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2275-7684-6 Fax 0-2692-3321
E-mail Contact : miningthai@miningthai.org