หน้าแรก
แนะนำองค์กร
การดำเนินงาน
ผู้บริหาร
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ห้องสมุดกฎหมาย
กระดานถาม-ตอบ
ข้อเสนอแนะ
ติดต่อเรา
สมัครสมาชิก

  หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
 
•
กรมอุตสาหกรรมพื้นฐาน
และการเหมืองแร่
 
•
กรมป่าไม้
 
•
สำนักงานนโยบายและแผน
ทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อม
 
•
กรมทรัพยากรธรณี
 
•
สำนักงานการปฏิรูปที่ดิน
เพื่อเกษตรกรรม
 
•
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า
และพันธุ์พืช
     
   

  วิเคราะห์ราคาทองคำโดยวายแอลจีฯ
  โดยสภาการเหมืองแร่ ประกาศวันที่ 5/1/2561

 

วิเคราะห์ราคาทองคำโดยวายแอลจีฯ

คำแนะนำ
     สามารถถือทองคำต่อได้หากราคาไม่หลุดแนวรับ 1,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และไปรอลุ้นขายทำกำไรบริเวณแนวต้าน 1,317-1,328 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ปัจจัยพื้นฐาน
     ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง โดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์หลังการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่งเกินคาด อาทิ ดัชนีภาคการผลิตของ ISM ที่ดีดตัวสู่ระดับ 59.7 ในเดือนธ.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะทรงตัวที่ระดับ 58.2 ในเดือนธ.ค. ด้านการใช้จ่ายภาคการก่อสร้างของสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.8%สู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน นอกจากนี้การเปิดเผยรายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ประจำเดือนธ.ค.ปี 2017 ที่ยังคงบ่งชี้ว่ากรรมการเฟดส่วนใหญ่สนับสนุนให้มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไปเป็นอีกปัจจัยที่หนุนสกุลเงินดอลลาร์ให้ฟื้นตัวอีกด้วย ประกอบกับสินทรัพย์เสี่ยงอย่างตลาดหุ้นสหรัฐทั้งดัชนี S&P 500, ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์และดัชนี Nasdaq ที่ปิดปรับตัวสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์เป็นอีกปัจจัยที่กระตุ้นแรงขายทำกำไรในทองคำ สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนเดือนธ.ค.จาก ADP และดัชนี PMI ภาคบริการเพื่อใช้เป็นปัจจัยชี้นำทิศทางราคาทองคำในระยะสั้น

ปัจจัยทางเทคนิค
     หากการอ่อนตัวลงของราคาทองคำยังสามารถรักษาระดับเหนือบริเวณแนวรับ 1,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้ อาจจะเห็นการดีดตัวกลับขึ้นไปบริเวณแนวต้าน 1,317-1,328 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดแนวรับ 1,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จะทำให้ราคายังคงอ่อนตัวลง โดยมีแนวรับถัดไปที่ 1,293 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน
    แนะนำให้ลงทุนระยะสั้น โดยขายทองคำออกมาเมื่อราคาดีดตัวขึ้นไปบริเวณ 1,317-1,328 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และรอจังหวะเข้าซื้อคืนเมื่อราคาย่อตัวลงมาและไม่หลุดแนวรับ 1,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดโซนดังกล่าวอาจชะลอการเข้าซื้อออกไปเพื่อประเมินสถาการณ์อีกครั้ง

ข่าวสารประกอบการลงทุน
• (-) ดอลล์แข็งค่าเทียบเงินสกุลหลัก รับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (3 ม.ค.) ด้วยแรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.37% สู่ระดับ 92.212 เมื่อคืนนี้ ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นหลังจากที่สหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง โดยสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยผลสำรวจว่า ดัชนีภาคการผลิตของ ISM ดีดตัวสู่ระดับ 59.7 ในเดือนธ.ค. จากระดับ 58.2 ในเดือนพ.ย. โดยก่อนหน้านี้นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนีภาคการผลิตเดือนธ.ค.จะทรงตัวที่ระดับ 58.2 ขณะที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า การใช้จ่ายภาคการก่อสร้างของสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.8% ในเดือนพ.ย. สู่ระดับ 1.257 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 0.5% ในเดือนพ.ย.

• (-) สหรัฐเผยการใช้จ่ายภาคการก่อสร้างพุ่งเกินคาดในเดือนพ.ย. กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า การใช้จ่ายภาคการก่อสร้างของสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.8% ในเดือนพ.ย. สู่ระดับ 1.257 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังจากดีดตัวขึ้น 0.9% ในเดือนต.ค. นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า การใช้จ่ายภาคการก่อสร้างจะเพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนพ.ย.

• (-) ISM เผยภาคการผลิตสหรัฐดีดตัวขึ้นมากกว่าคาดในเดือนธ.ค. ผลสำรวจของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ระบุว่า ดัชนีภาคการผลิตของ ISM ดีดตัวสู่ระดับ 59.7 ในเดือนธ.ค. จากระดับ 58.2 ในเดือนพ.ย. นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ดัชนีภาคการผลิตจะทรงตัวที่ระดับ 58.2 ในเดือนธ.ค. ดัชนียังคงอยู่เหนือระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ภาวะขยายตัวของภาคการผลิต และขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 103

• (-) ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกจากแรงหนุนของข้อมูลเศรษฐกิจ ดัชนี S&P 500 ทะยานสูงเหนือระดับ 2,700 เป็นครั้งแรกในวันพุธและดัชนีสำคัญอื่นๆปรับตัวสูงเป็นประวัติการณ์จากแรงหนุนของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ปรับตัวสูงขึ้นท่ามกลางสัญญาณการเติบโตเศรษฐกิจอันแข็งแกร่งในสหรัฐและต่างประเทศ โดยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับขึ้น 98.67 จุด หรือ 0.4% ปิดที่ 24,922.68, ดัชนี S&P 500 ปรับเพิ่มขึ้น 17.26 จุด หรือ 0.64% ปิดที่ 2,713.07 และดัชนี Nasdaq Composite ปรับบวก 58.63 จุด หรือ 0.84% ปิดที่ 7,065.53

• (-) จีนขานรับเกาหลีเหนือเปิดสายด่วนเจรจาเกาหลีใต้ หวังช่วยหนุนสันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลี นายเกิง ชวง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน แถลงว่า จีนสนับสนุนความพยายามของเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ หลังจากมีข่าวว่า เกาหลีเหนือได้เปิดช่องทางการติดต่อสื่อสาร หรือสายด่วน กับเกาหลีใต้ ที่หมู่บ้านปันมุนจอม ซึ่งเป็นเขตปลอดทหารระหว่างชายแดนของประเทศทั้งสอง นายเกิง ยังระบุว่า ทุกฝ่ายควรใช้โอกาสนี้ในการทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายเดียวกัน และจีนพร้อมที่จะผลักดันให้เกิดสันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลี ผ่านทางการเจรจา และการหารือกัน การแสดงความเห็นดังกล่าวมีขึ้น หลังจากที่เกาหลีเหนือประกาศว่าจะเปิดช่องทางการสื่อสารในเขตปลอดทหารที่หมู่บ้านปันมุนจอม ช่องทางการสื่อสารระดับทวิภาคีดังกล่าวได้ถูกตัดขาด หลังจากที่รัฐบาลเกาหลีใต้ชุดก่อนสั่งปิดนิคมอุตสาหกรรมแกซอง เพื่อตอบโต้เกาหลีเหนือซึ่งได้ทำการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ครั้งที่ 4 เมื่อเดือนม.ค.2559

• (+/-) รายงานประชุมชี้กรรมการเฟดส่วนใหญ่หนุนขึ้นดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยรายงานการประชุมประจำเดือนธ.ค. 2560 เมื่อวานนี้ โดยระบุว่า กรรมการเฟดส่วนใหญ่ยังคงสนับสนุนให้มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป อย่างไรก็ตาม กรรมการเฟดมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับจังหวะเวลาในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปี 2561 อย่างไรก็ตาม รายงานการประชุมระบุว่า กรรมการเฟดกลุ่มหนึ่งได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการส่งสัญญาณดังกล่าว โดยระบุว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้อาจเป็นการดำเนินการที่แข็งกร้าวเกินไป และอาจขัดขวางเป้าหมายการผลักดันเงินเฟ้อให้กลับสู่ระดับ 2% ของเฟด ขณะที่กรรมการเฟดอีกกลุ่มหนึ่งมองว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ ถือเป็นการดำเนินการที่เชื่องช้าเกินไป

ที่มา สมาคมค้าทองคำ 4 ม.ค.61 

 
 
 
 
 
 
 
 

สถานที่ติดต่อ : สภาการเหมืองแร่ 222/2 ซ.มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ถ.วิภาวดีรังสิต

เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2275-7684-6 Fax 0-2692-3321
E-mail Contact : miningthai@miningthai.org