หน้าแรก
แนะนำองค์กร
การดำเนินงาน
ผู้บริหาร
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ห้องสมุดกฎหมาย
กระดานถาม-ตอบ
ข้อเสนอแนะ
ติดต่อเรา
สมัครสมาชิก

  หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
 
•
กรมอุตสาหกรรมพื้นฐาน
และการเหมืองแร่
 
•
กรมป่าไม้
 
•
สำนักงานนโยบายและแผน
ทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อม
 
•
กรมทรัพยากรธรณี
 
•
สำนักงานการปฏิรูปที่ดิน
เพื่อเกษตรกรรม
 
•
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า
และพันธุ์พืช
     
   

  วิเคราะห์ราคาทองคำโดย วายแอลจีฯ 18-12-17
  โดยสภาการเหมืองแร่ ประกาศวันที่ 19/12/2560

 

วิเคราะห์ราคาทองคำโดย วายแอลจีฯ 18-12-17

คำแนะนำ
       อาจรอเปิดสถานะซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลงมาใกล้ 1,249-1,243 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากหลุด 1,236 ดอลลาร์ต่อออนซ์) หรือ หากรับความเสี่ยงได้ไม่มากอาจเลือกชะลอเพื่อรอดูการสร้างฐานของราคาบริเวณโซน 1,236 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ปัยจัยพื้นฐาน
       ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนต่อเนื่องมาจากการส่งสัญญาณคุมเข้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)แบบค่อยเป็นค่อยไปตามเดิม อีกทั้งยังได้รับแรงหนุนเพิ่มจากถ้อยแถลงของนายชาร์ลส์ อีแวนส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาชิคาโกที่แนะนำให้คณะกรรมการเฟดชะลอการขึ้นดอกเบี้ยไปจนถึงช่วงฤดูร้อนปีหน้า หรือประมาณกลางปี 2018 เพื่อรอประเมินทิศทางอัตราเงินเฟ้อก่อนว่าเป็นไปตามเป้าหมาย 2%แล้วจึงค่อยดำเนินการปรับขึ้นดอกเบี้ย อย่างไรก็ตามการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์และการพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐจากการคาดการณ์ของนักลงทุนว่า สภาคองเกรสของสหรัฐจะสามารถผ่านร่างกฏหมายปฏิรูปภาษีได้ภายในสิ้นปีนี้เป็นปัจจัยสกัดช่วงบวกของราคาทองคำ โดยวุฒิสภาจะลงมติต่อร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีขั้นสุดท้ายในวันนี้(18 ธ.ค.)และจากนั้นสภาผู้แทนราษฎรจะลงมติในวันที่ 19 ธ.ค.เพื่อส่งต่อให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ ลงนามรับรองเป็นกฎหมายก่อนวันคริสต์มาส(25 ธ.ค.)ต่อไป สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเบื้องต้นเดือนธ.ค.จาก NAHB

ปัจจัยทางเทคนิค
       หากราคาทองคำสามารถยืนเหนือ 1,249-1,243 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้อย่างแข็งแรง จะทำให้ตลาดมีโมเมนตัมเชิงลบ ลดลง และแสดงให้เห็นว่าแรงขายทำกำไรไม่รุนแรง โดยหากราคาทองคำผ่านแนวต้านแรกบริเวณ 1,260ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ยังมีโอกาสที่จะเข้าทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,271 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ต้านสำคัญ)

กลยุทธ์การลงทุน
       ถ้าเกิดการอ่อนตัวลงมาอาจเปิดสถานะซื้อหากราคาทองคำไม่หลุด 1,249-1,243 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตาม(ลดพอร์ตการลงทุนหากราคาหลุด 1,236ดอลลาร์ต่อออนซ์) โดยหากถือสถานะซื้ออยู่อาจทยอยปิดสถานะทำกำไรในบริเวณ 1,260-1,271ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน
• (+) ประธานเฟดชิคาโกเผยสาเหตุไม่ลงคะแนนสนับสนุนเฟดขึ้นดอกเบี้ยเพราะเงินเฟ้อยังต่ำเกินไป นายชาร์ลส์ อีแวนส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาชิคาโก เปิดเผยเมื่อวานนี้ว่า การที่เขาไม่ลงคะแนนเสียงสนับสนุนให้คณะกรรมการเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเมื่อวันพุธที่ผ่านมานั้น เนื่องจากเห็นว่า อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐยังอยู่ในระดับต่ำเกินไป นายอีแวนส์กล่าวว่า อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐอยู่ในระดับต่ำเกินกว่าที่จะรองรับต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นได้ นอกจากนี้ เขาต้องการรอดูข้อมูลเพิ่มเติมก่อนที่จะสนับสนุนให้คณะกรรมการเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ในช่วงเวลาที่ผ่านมานั้น นายอีแวนส์ได้พยายามแนะนำให้คณะกรรมการเฟดชะลอการขึ้นดอกเบี้ยไปจนถึงช่วงฤดูร้อนปีหน้า หรือประมาณกลางปี 2561 โดยกล่าวว่าคณะกรรมการเฟดควรประเมินทิศทางอัตราเงินเฟ้อก่อนว่าเป็นไปตามเป้าหมาย 2% หรือไม่ แล้วจึงค่อยดำเนินการปรับขึ้นดอกเบี้ย

• (+) เฟดนิวยอร์คเผยดัชนีภาวะธุรกิจชะลอตัว หลังพุ่งสูงสุดรอบ 3 ปีในเดือนต.ค. ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก รายงานในวันนี้ว่า ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Index) อ่อนตัวลงในเดือนธ.ค. หลังจากพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 ปีในเดือนต.ค ทั้งนี้ ดัชนีภาคการผลิตปรับตัวลงสู่ระดับ 18.0 ในเดือนธ.ค. จากระดับ 19.4 ในเดือนพ.ย. โดยได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของคำสั่งซื้อใหม่ และการจ้างงาน แต่ยังได้แรงหนุนจากดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง และการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก อย่างไรก็ดี ดัชนียังคงอยู่สูงกว่าระดับ 0 ซึ่งบ่งชี้ถึงการขยายตัวของภาคการผลิตในนิวยอร์ก ก่อนหน้านี้ ดัชนีพุ่งแตะระดับ 30.2 ในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี

• (-) ดอลล์แข็งค่าขณะวอลุ่มซื้อขายเบาบางก่อนวันหยุด ดอลลาร์ปรับตัวขึ้นในวันศุกร์ ขณะที่บรรดานักลงทุนในตลาดคาดว่า สภาคองเกรสของสหรัฐจะสามารถผ่านร่างกฏหมายปฏิรูปภาษีได้ภายในสิ้นปีนี้ ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้า 6 สกุลเงินสำคัญบวก 0.49% สู่ระดับ 93.944 นักลงทุนจำนวนมากคาดว่า การปฏิรูปภาษีอาจจะช่วยหนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐ และจะนำไปสู่การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะทำให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น

• (-) ดาวโจนส์ปิดวันศุกร์ที่ระดับสูงเป็นประวัติการณ์ ตลาดหุ้นสหรัฐปิดที่ระดับสูงเป็นประวัติการณ์ในวันศุกร์ โดยได้แรงหนุนจากแนวโน้มที่กฏหมายปรับลดภาษีนิติบุคคลมีแนวโน้มที่จะได้รับการอนุมัติ โดยจะมีการลงมติในสัปดาห์นี้ ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 143.08 จุดหรือ 0.58% สู่ระดับ 24,651.74, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 23.80 จุดหรือ 0.90% สู่ระดับ 2,675.81 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 80.06 จุดหรือ 1.17% สู่ระดับ 6,936.58

• (+/-) พรรครีพับลิกันเผยเนื้อหาร่างกม.ปฏิรูปภาษี หั่นภาษีเงินได้นิติบุคคลเหลือ 21%,เพิ่มเงินลดหย่อนภาษีเพื่อสงเคราะห์บุตร พรรครีพับลิกันได้เปิดเผยรายละเอียดขั้นสุดท้ายของร่างกฎหมายปฏิรูปภาษี ซึ่งมาจากการรวมเนื้อหาของร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีที่ผ่านการอนุมัติของวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรก่อนหน้านี้ โดยร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีดังกล่าวระบุว่า ให้คงจำนวนขั้นบันไดของการคำนวณภาษีไว้ที่ 7 ขั้น ขณะเดียวกันจะปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลลงสู่ระดับ 21% จากระดับ 35% โดยมีผลบังคับใช้ทันทีในวันที่ 1 ม.ค.ปีหน้า แทนที่จะชะลอออกไปอีก 1 ปีตามร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีของวุฒิสภา ทั้งนี้ การปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเพิ่มศักยภาพด้านการแข่งขันในระบบเศรษฐกิจของสหรัฐ นอกจากนี้ เนื้อหาของร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีฉบับนี้ยังระบุว่า จะเพิ่มเงินลดหย่อนภาษีเพื่อสงเคราะห์บุตรเป็นสองเท่า สู่ระดับ 2,000 ดอลลาร์สำหรับบุตรที่มีอายุต่ำกว่า 17 ปี และเพิ่มการหักลดหย่อนภาษีสำหรับเด็ก สู่ระดับ 1,400 ดอลลาร์ จากระดับ 1,100 ดอลลาร์ การเพิ่มวงเงินลดหย่อนภาษีเพื่อสงเคราะห์บุตร ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นายรูบิโอ วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกัน ตัดสินใจลงคะแนนเสียงสนับสนุนร่างกฎหมายในนาทีสุดท้าย หลังจากที่ก่อนหน้านี้เขายืนกรานว่าจะไม่สนับสนุนร่างกฎหมายดังกล่าวหากไม่มีการเพิ่มวงเงินในการลดหย่อนภาษีสำหรับการสงเคราะห์บุตร

ที่มา สมาคมค้าทองคำ 18 ธันวาคม 2560

 
 
 
 
 
 
 
 

สถานที่ติดต่อ : สภาการเหมืองแร่ 222/2 ซ.มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ถ.วิภาวดีรังสิต

เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2275-7684-6 Fax 0-2692-3321
E-mail Contact : miningthai@miningthai.org