หน้าแรก
แนะนำองค์กร
การดำเนินงาน
ผู้บริหาร
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ห้องสมุดกฎหมาย
กระดานถาม-ตอบ
ข้อเสนอแนะ
ติดต่อเรา
สมัครสมาชิก

  หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
 
•
กรมอุตสาหกรรมพื้นฐาน
และการเหมืองแร่
 
•
กรมป่าไม้
 
•
สำนักงานนโยบายและแผน
ทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อม
 
•
กรมทรัพยากรธรณี
 
•
สำนักงานการปฏิรูปที่ดิน
เพื่อเกษตรกรรม
 
•
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า
และพันธุ์พืช
     
   

  ทองขึ้นราคาแน่เดือนก.ย.แนะซื้อ-ระวัง 5 เสี่ยง
  โดยสภาการเหมืองแร่ ประกาศวันที่ 4/9/2560

 

ทองขึ้นราคาแน่เดือนก.ย.แนะซื้อ-ระวัง 5 ปัจจัยเสี่ยง

        นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส เปิดเผยถึงแนวโน้มราคาทองคำในเดือน ก.ย.ว่า เริ่มส่งสัญญาณขาขึ้นอย่างชัดเจนและปรับตัวขึ้นมายืนที่ 1,300 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือราคาในไทยบาทละ 20,400 บาท เนื่องมาจากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ และความตึงเครียดในเกาหลีเหนือ

        โดยมีกรอบแนวต้านแรก 1,350 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และ 1,375 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์เป็นแนวต้านถัดไป หรือคิดเป็นราคาทองในไทยอยู่ที่บาทละ 21,200 บาท และบาทละ 21,600 บาท ขณะที่แนวรับแรกคาดอยู่ที่ 1,300 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และถัดไปที่ 1,266 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ส่วนราคาทองในไทยคาดบาทละ 20,400 บาท และบาทละ 19,900 บาท

        คนที่ไม่มีทองคำในมือให้รอดูที่ 1,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือทองไทยบาทละ 20,400 บาท หากสามารถยืนได้มั่นคงจะถือเป็นจุดซื้อเก็งกำไรระยะสั้นอีกครั้ง” นางสาวฐิภากล่าว

        กรณีที่ราคาไม่เป็นตามที่คาดและปรับตัวลดลง แนะนำให้ “ขายตัดขาดทุน” เมื่อราคาหลุด 1,295 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือทองไทยในบาทละ 20,300 บาท และแนะนำถอยจุดซื้อไปยังแนวรับถัดไปที่ 1,266 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือราคาทองไทยที่บาทละ 19,900 บาท หากราคาขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,350 ดอลลาร์สหรัฐหรือทองไทยบาทละ 21,200 บาท ให้รอขายแนวต้านถัดไปที่ 1,375 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือราคาทองไทยอยู่บาทละ 21,600 บาท ซึ่งเป็นจุดสูงสุดปี 2559

       ปัจจัยที่ต้องจับตาได้แก่ การประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) วันที่ 7 ก.ย.นี้ ซึ่งคาดว่าจะประกาศปรับเปลี่ยนโครงการเข้าซื้อสินทรัพย์ หรือมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ซึ่งหาก ECB ต่ออายุมาตรการดังกล่าวที่จะหมดอายุในเดือน ธ.ค.นี้ จึงอาจเป็นปัจจัยกดดันค่าเงินยูโรและทองคำได้ หากปรับลดขนาด QE อาจหนุนค่าเงินยูโรและทองคำได้

       ทั้งยังต้องติดตามการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) วันที่ 19-20 ก.ย. หากเฟดปรับลดขนาดงบดุลอาจส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวปรับตัวขึ้น และผลักดันดอลลาร์สหรัฐให้แข็งค่า ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำ รวมถึงการเลือกตั้งในเยอรมนีวันที่ 24 กันยายน ต้องจับตาว่านางแองเจล่า แมร์เคิล จะชนะการเลือกตั้งสมัยที่ 4 หรือไม่ หากแพ้จะหนุนราคาทองคำให้ปรับตัวขึ้น รวมถึงต้องติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีด้วย

        นายธนรัชต์ พสวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส กล่าวว่า ในเดือนกันยายนนี้จะต้องติดตามเรื่องการเมืองสหรัฐ ที่รัฐบาลจะออกกฎหมาย “ขยายเพดาน” ก่อหนี้ให้ทันก่อนปีงบประมาณปัจจุบัน (จะสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย. 2560) โดยสภาคองเกรสจะเปิดสมัยประชุมอีกครั้งในวันที่ 5 ก.ย. หากยังไม่มีการบรรลุข้อตกลงเรื่องงบประมาณและการปรับขึ้นเพดานหนี้ของสหรัฐ อาจส่งผลให้สกุลเงินดอลลาร์อ่อนค่า ทองคำอาจได้รับอานิสงส์ในเชิงบวก

        “ฟิทช์ เรทติ้งส์ บอกว่า ถ้าสหรัฐล้มเหลวเรื่องการปรับขึ้นเพดานหนี้ ฟิทช์ฯจะทบทวนอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐ ซึ่งตอนนี้เรตติ้งสหรัฐอยู่ที่ AAA หากถูกปรับลดลงก็จะเหลือ AA ซึ่งสถานการณ์นี้จะทำให้ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า และทองปรับตัวเป็นบวก เดือนนี้ ประเมินแนวรับที่ 1,270 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือทองไทยก็บาทละ 20,100 บาท แนวต้านที่ 1,330 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือราคาในไทยก็บาทละ 20,700 บาท” นายธนรัชต์กล่าว

วันที่ 2 ก.ย 2560

 
 
 
 
 
 
 
 

สถานที่ติดต่อ : สภาการเหมืองแร่ 222/2 ซ.มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ถ.วิภาวดีรังสิต

เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2275-7684-6 Fax 0-2692-3321
E-mail Contact : miningthai@miningthai.org