หน้าแรก
แนะนำองค์กร
การดำเนินงาน
ผู้บริหาร
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ห้องสมุดกฎหมาย
กระดานถาม-ตอบ
ข้อเสนอแนะ
ติดต่อเรา
สมัครสมาชิก

  หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
 
•
กรมอุตสาหกรรมพื้นฐาน
และการเหมืองแร่
 
•
กรมป่าไม้
 
•
สำนักงานนโยบายและแผน
ทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อม
 
•
กรมทรัพยากรธรณี
 
•
สำนักงานการปฏิรูปที่ดิน
เพื่อเกษตรกรรม
 
•
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า
และพันธุ์พืช
     
   

  วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย วายแอลจีฯ
  โดยสภาการเหมืองแร่ ประกาศวันที่ 22/8/2560

 

วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย วายแอลจีฯ

คำแนะนำ

 
          เน้นเก็งกำไรฝั่งซื้อโดยมีแนวรับบริเวณ 1,273 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหากราคาขยับขึ้นควรแบ่งขายทำกำไรบ้างส่วนหากราคาทองคำไม่ผ่านโซน 1,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้าผ่านได้สามารถถือต่อ

ปัจจัยพื้นฐาน

 
          ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมากลับมาปิดปรับตัวลดลง 3.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากในช่วงแรกราคาทองคำปรับตัวขึ้นแรงโดยได้รับแรงหนุนจากเหตุก่อการร้ายในสเปนและความไม่แน่นอนทางการเมืองในสหรัฐซึ่งเพิ่มความไม่แน่ใจมากขึ้นเกี่ยวกับความสามารถของประธานาธิบดีทรัมป์ในการผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่ล่าสุดประธานาธิบดีทรัมป์ไล่นายสตีฟ แบนนอนซึ่งเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการจัดทำนโยบายทั้งภายในและภายนอกประเทศออกจากตำแหน่งหัวหน้านักยุทธศาสตร์ประจำทำเนียบขาว ส่งผลให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยงและเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ จนหนุนให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นไปแตะระดับสูงสุดในรอบ 9 เดือนที่ 1,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตามราคาทองคำปรับตัวลงในเวลาต่อมาหลังจากตลาดหุ้นสหรัฐและสกุลเงินดอลลาร์ลดช่วงติดลบ  จึงก่อให้เกิดแรงขายทำกำไรในทองคำ ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเพิ่ม 3.85 ตัน สำหรับวันนี้ไม่มีกำหนดการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ
 
ปัจจัยทางเทคนิค
          ระหว่างวันหากราคาทองคำไม่หลุด 1,273 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จะมีโอกาสดีดตัวขึ้นต่อ โดยหากยืนเหนือระดับสูงสุดของวันก่อนหน้าบริเวณ 1,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ การขยับขึ้นจะมีแนวต้านถัดไปที่ 1,309 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากหลุดแนวรับแรก กรอบด้านล่างจะอยู่ที่ 1,266-1,251 ดอลลาร์ต่อออนซ์
 
กลยุทธ์การลงทุน
         เน้นการเปิดสถานะซื้อ โดยอาจใช้บริเวณ 1,273 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากหลุดให้ชะลอการเข้าซื้อไปยังโซนแนวรับถัดไป ขณะที่หากราคาดีดตัวขึ้นแนะนำทยอยแบ่งปิดสถานะทำกำไรตั้งแต่ราคา 1,300-1,309 ดอลลาร์ต่อออนซ์เพื่อรอเข้าซื้อใหม่เมื่อราคาอ่อนตัว
 
ข่าวสารประกอบการลงทุน
        • (+) ดาวโจนส์ปิดลบ 76.22 จุด จากปัจจัยความไม่แน่นอนในสหรัฐ, แรงฉุดของหุ้นไนกี้ ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดในแดนลบเมื่อคืนนี้ (18 ส.ค.) ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่เบาบาง โดยตลาดยังคงได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์ความไม่แน่นอนภายในทำเนียบขาวของสหรัฐ ภายหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศยุบสภาที่ปรึกษา 2 คณะ นอกจากนี้ดัชนีดาวโจนส์ยังถูกฉุดรั้งจากแรงเทขายในหุ้นไนกี้ อิงค์ หลังฟุต ล็อกเกอร์ บริษัทค้าปลีกเสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬาชั้นนำเปิดเผยผลกำไรและยอดขายที่ต่ำกว่าระดับคาดการณ์ของตลาด ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 21,674.51 จุด ลดลง 76.22 จุด หรือ -0.35% ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 6,216.53 จุด ลดลง 5.39 จุด หรือ -0.09% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,425.55 จุด ลดลง 4.46 จุด หรือ -0.18%ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กเมื่อคืนนี้

       • (+) ดอลล์อ่อนค่าเทียบเงินสกุลหลัก วิตกสถานการณ์ความไม่แน่นอนในสหรัฐ สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (18 ส.ค.) จากแรงกดดันของกระแสความวิตกกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนภายในคณะผู้บริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ ภายหลังจากทรัมป์ได้ประกาศยุบสภาที่ปรึกษา 2 คณะ ซึ่งประกอบด้วยคณะที่ปรึกษาการอุตสาหกรรมและสภายุทธศาสตร์และนโยบาย สืบเนื่องจากผู้นำภาคธุรกิจหลายคนได้ทยอยลาออกจากการเป็นสมาชิกเพื่อแสดงความไม่พอใจเกี่ยวกับจุดยืนของทรัมป์ที่มีต่อเหตุการณ์ความรุนแรงในเมืองชาร์ลอตส์วิลล์ รัฐเวอร์จิเนีย เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.1758 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1744 ดอลลาร์ ในขณะที่ปอนด์อ่อนค่าลงแตะ 1.2874 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2879 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้น ที่ระดับ 0.7937 ดอลลาร์ จากระดับ 0.7907 ดอลลาร์ ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเยน ที่ระดับ 109.30 เยน จากระดับ 109.69 เยน แต่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9654 ฟรังก์สวิส จากระดับ 0.9618 ฟรังก์สวิส ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.17% สู่ระดับ 93.462 เมื่อคืนนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังคงได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์การเมืองในสหรัฐอย่างต่อเนื่อง โดยนักลงทุนกำลังจับตาความเคลื่อนไหวภายในทำเนียบขาวอย่างใกล้ชิด หลังมีรายงานว่า ปธน.ทรัมป์ได้สั่งปลดนายสตีฟ แบนนอน ให้พ้นจากตำแหน่งหัวหน้านักยุทธศาสตร์ประจำทำเนียบขาว

       • (-) เฟดนิวยอร์กปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว 2.09% ในไตรมาส 3 จากเดิมที่ 1.96% ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก ประกาศปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของสหรัฐประจำไตรมาส 3 เหนือระดับ 2% หลังการเปิดเผยยอดค้าปลีก และการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่สดใสในสัปดาห์นี้ ทั้งนี้ เฟดสาขานิวยอร์ก ระบุว่า จากการใช้แบบจำลอง "Nowcast" ประเมินภาวะเศรษฐกิจ พบว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัวในอัตรา 2.09% ในไตรมาส 3 ซึ่งสูงกว่าระดับ 1.96% ที่ระบุในคาดการณ์ก่อนหน้านี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว "ยอดค้าปลีก และการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่สูงเกินคาด ส่งผลบวกมากกว่าปัจจัยลบจากข้อมูลด้านการก่อสร้างบ้าน" เฟดระบุ

       • (-) ผลสำรวจม.มิชิแกนชี้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐพุ่งสูงสุดรอบ 7 เดือนในส.ค. ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐพุ่งขึ้นสู่ระดับ 97.6 ในช่วงครึ่งแรกของเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 94.0 หลังจากอยู่ที่ระดับ 93.1 ในเดือนก.ค. ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐเป็นการสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภค 500 รายต่อภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งได้แก่ ฐานะการเงินส่วนบุคคล, ภาวะเงินเฟ้อ, การว่างงาน, อัตราดอกเบี้ย และนโยบายรัฐบาล  นายริชาร์ด เคอร์ติส หัวหน้านักวิเคราะห์ของมหาวิทยาลัยมิชิแกน กล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นได้รับแรงหนุนจากการที่ ผู้บริโภคมีมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจโดยรวม รวมทั้งต่อแนวโน้มสถานะการเงินส่วนบุคคล นายเคอร์ติสตั้งข้อสังเกตุว่า ผลสำรวจดังกล่าวยังไม่รวมถึงการเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงที่เมืองชาร์ลอตส์วิลล์ รัฐเวอร์จิเนีย จึงมีแนวโน้มที่ปัจจัยดังกล่าวจะกระทบต่อผลการสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภคครั้งต่อไป

ที่มาสมาคมค้าทองคำ วันที่ 21ส.ค. 

 

 
 
 
 
 
 
 
 

สถานที่ติดต่อ : สภาการเหมืองแร่ 222/2 ซ.มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ถ.วิภาวดีรังสิต

เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2275-7684-6 Fax 0-2692-3321
E-mail Contact : miningthai@miningthai.org