หน้าแรก
แนะนำองค์กร
การดำเนินงาน
ผู้บริหาร
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ห้องสมุดกฎหมาย
กระดานถาม-ตอบ
ข้อเสนอแนะ
ติดต่อเรา
สมัครสมาชิก

  หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
 
•
กรมอุตสาหกรรมพื้นฐาน
และการเหมืองแร่
 
•
กรมป่าไม้
 
•
สำนักงานนโยบายและแผน
ทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อม
 
•
กรมทรัพยากรธรณี
 
•
สำนักงานการปฏิรูปที่ดิน
เพื่อเกษตรกรรม
 
•
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า
และพันธุ์พืช
     
   

  วิเคราะห์ราคาทองคำโดยวายแอลจีฯ
  โดยสภาการเหมืองแร่ ประกาศวันที่ 15/8/2560

 

วิเคราะห์ราคาทองคำโดยวายแอลจีฯ 15 ส.ค.60

คำแนะนำ

       หากราคาทองคำสามารถยืนเหนือบริเวณ 1,266 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแกร่ง นักลงทุนที่ถือสถานะซื้ออยู่สามารถรอการดีดตัวแล้วขายทำกำไรบางส่วนหากไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,289 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้าฝ่าไปได้ให้รอขายบริเวณแนวต้านถัดไป

ปัจจัยพื้นฐาน

       ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 7.51 ดอลลาร์ต่อออนซ์หลังจากนักลงทุนเริ่มคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างสหรัฐและเกาหลีเหนือ หลังจากนายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รมว.ต่างประเทศสหรัฐและนายจิม แมททิส รมว.กลาโหมสหรัฐ ระบุว่า รัฐบาลสหรัฐจะยังคงใช้แนวทางทางการทูตในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในคาบสมุทรเกาหลี ขณะที่นายซอง ยัง มู รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ เผยมีความเป็นไปได้ต่ำมากที่เกาหลีเหนือจะยิงขีปนาวุธพุ่งเป้าที่น่านน้ำนอกชายฝั่งของเกาะกวมซึ่งตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก ปัจจัยดังกล่าวกระตุ้นให้นักลงทุนเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยงอีกครั้งและขายทองคำที่อยู่ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย นอกจากนี้ราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากสกุลเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นจากแรงซื้อเก็งกำไรอีกด้วย ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเพิ่มวานนี้ 4.14 ตันเป็นครั้งแรกหลังจากลดการถือครองทองคำกว่า 7 สัปดาห์ติดต่อกัน สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยยอดค้าปลีก, ดัชนีภาวะธุรกิจโดยรวม(Empire State Index), ราคานำเข้าและส่งออก, ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือนส.ค. โดย NAHB และสต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจของสหรัฐ

ปัจจัยทางเทคนิค
       หากราคาทองคำพยายามขึ้นไปทดสอบแนวต้านในโซน 1,289 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้แสดงถึงแรงเข้าซื้อในระยะสั้น หากยืนได้แข็งแกร่ง ทำให้ประเมินว่าในระยะสั้น ยังคงมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปทดสอบ แนวต้านถัดไปที่ 1,296 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่แนวรับนั้นอยู่ในบริเวณ 1,266 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน

 
        เปิดสถานะซื้อหากราคาอ่อนตัวลงมาในโซน 1,266 ดอลลาร์ต่อออนซ์ พร้อมลดการลงทุนหากราคาหลุด 1,266 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้อาจพิจารณาแบ่งทองคำออกขายทำกำไรบางส่วนหากราคาทองคำไม่ผ่านแนวต้านที่ 1,289 ดอลลาร์ต่อออนซ์
 
ข่าวสารประกอบการลงทุน
• (+) ทรัมป์ สั่งการผู้แทนการค้าสหรัฐดำเนินการตรวจสอบนโยบายการค้าจีน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สั่งการให้นายโรเบิร์ต ไลท์ไทเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ดำเนินการตรวจสอบการปฏิบัติทางการค้าของจีน ซึ่งรวมถึงทรัพย์สินทางปัญญา แม้หลายฝ่ายได้แสดงความกังวลว่าอาจจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งพิเศษ เพื่อให้สิทธิอำนาจกับนายไลท์ไทเซอร์ในตรวจสอบประเด็นดังกล่าว สำหรับขอบข่ายการตรวจสอบในครั้งนี้จะครอบคลุมถึง นโยบายทางการค้า แนวทางปฏิบัติ และการกระทำของจีน ว่าเข้าข่ายกีดกัน และส่งผลกระทบต่อทรัพย์สินทางปัญญา, การนวัตกรรม และเทคโนโลยีของสหรัฐ หรือไม่
 
• (-) ยูโรสแตทเผยการผลิตภาคอุตสาหกรรมยูโรโซนเดือนมิ.ย.อ่อนตัวลง 0.6% สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรปหรือยูโรสแตทรายงานว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมของยูโรโซนในเดือนมิ.ย.อ่อนตัวลง 0.6% จากระดับเดือนพ.ค. ซึ่งถือเป็นสถิติที่อ่อนตัวลงมากที่สุดนับตั้งเดือนธ.ค. 2559 แต่เมื่อเทียบเป็นรายปีแล้ว การผลิตปรับตัวขึ้น 2.6% สาเหตุที่การผลิตอ่อนตัวลงนั้น เนื่องมาจากกิจกรรมในภาคโรงงาน เหมืองแร่ และสาธารณูปโภคของยูโรโซนในช่วงเดือนมิ.ย. ร่วงลงมากที่สุดในปีนี้ ทั้งนี้ การผลิตภาคอุตสาหกรรมอาจจะผันผวนมากยิ่งขึ้นในช่วง 1-2 เดือนนับจากนี้
 
• (-) ดอลลาร์ฟื้นตัวจากแรงซื้อคืน ดอลลาร์ปรับตัวขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินต่างๆในวันจันทร์ ขณะที่เทรดเดอร์เข้าซื้อคืนดอลลาร์หลังจากเผชิญแรงขายในสัปดาห์ที่ผ่านมาจากความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นกับเกาหลีเหนือ และเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าคาด นักวิเคราะห์กล่าวว่า การที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์และนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือไม่ได้โต้ตอบกันอย่างรุนแรงในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้กระตุ้นให้นักลงทุนกลับเข้าซื้อดอลลาร์และเทขายสกุลเงินปลอดภัย อาทิ เยนและฟรังก์สวิส ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งวัดค่าดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้า 6 สกุลเงินสำคัญปรับตัวขึ้น 0.4% ดัชนีดอลลาร์พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดของวันหลังนายวิลเลียม ดัดลีย์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์คแสดงความเห็นว่า ไม่มีเหตุผลที่จะคิดว่า เฟดจะเริ่มปรับลดงบดุลบัญชีจากระดับ 4.2 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนก.ย. และปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยขึ้นอีกในปีนี้ นอกเสียว่าข้อมูลเศรษฐกิจจะปรับตัวขึ้น นอกจากนี้ ดอลลาร์ได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นวอลล์สตรีทด้วย บรรดานักลงทุนจะจับตาการเปิดเผยยอดค้าปลีกของสหรัฐในวันนี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเงินเฟ้อ
 
• (-) ดาวโจนส์ฟื้นตัวหลังคลายวิตกความขัดแย้งกับเกาหลีเหนือ ตลาดหุ้นสหรัฐปิดฟื้นตัวขึ้นในวันจันทร์หลังร่วงลงในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้นวันเดียวมากที่สุดเมื่อคิดเป็นเปอร์เซนต์นับตั้งแต่เดือนเม.ย. ขณะที่ความวิตกคลี่คลายลงเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและเกาหลีเหนือ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีหนุนตลาดขึ้นมากที่สุด โดยหุ้นแอปเปิลบวก 1.5% ขณะที่ดัชนี S&P 500 กลุ่มเทคโนโลยีปิดพุ่งขึ้น 1.6% ตลาดยังได้แรงหนุนหลังเจ้าหน้าที่สหรัฐปฏิเสธในวันอาทิตย์ถึงความเสี่ยงที่จะเกิดสงครามกับเกาหลีเหนือ ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 135.39 จุดหรือ 0.62% สู่ระดับ 21,993.71, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 24.52 จุดหรือ 1.00% สู่ระดับ 2,465.84 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 83.68 จุดหรือ 1.34% สู่ระดับ 6,340.23
 
• (-) รมว.กลาโหมเกาหลีใต้ชี้มีความเป็นไปได้ต่ำมากที่เกาหลีเหนือจะยิงขีปนาวุธใกล้เกาะกวม นายซอง ยัง มู รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ เผยมีความเป็นไปได้ต่ำมากที่เกาหลีเหนือจะยิงขีปนาวุธพุ่งเป้าที่น่านน้ำนอกชายฝั่งของเกาะกวม ซึ่งตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า นายซองกล่าวตอบคำถามเกี่ยวกับการคุกคามล่าสุดของเกาหลีเหนือในระหว่างการประชุมคณะกรรมการกลาโหมของรัฐสภาเกาหลีใต้ว่า มีโอกาสที่ต่ำมาก เมื่อพิจารณาจากพื้นฐานของการหารือกันอย่างใกล้ชิดของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพเกาหลีใต้และสหรัฐ นายซอง กล่าวว่า แม้ว่า จะยังเป็นเรื่องที่ลำบากที่จะเชื่อในสิ่งที่เกาหลีเหนือได้อ้างมาทั้งหมด แต่ขีปนาวุธของเกาหลีเหนือก็อาจจะโจมตีพื้นที่ใกล้ๆกับเกาะของสหรัฐได้เมื่อพิจารณาจากระยะทางแล้ว
 
วายแอลจีฯ 15 ส.ค.60

 

 
 
 
 
 
 
 
 

สถานที่ติดต่อ : สภาการเหมืองแร่ 222/2 ซ.มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ถ.วิภาวดีรังสิต

เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2275-7684-6 Fax 0-2692-3321
E-mail Contact : miningthai@miningthai.org