หน้าแรก
แนะนำองค์กร
การดำเนินงาน
ผู้บริหาร
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ห้องสมุดกฎหมาย
กระดานถาม-ตอบ
ข้อเสนอแนะ
ติดต่อเรา
สมัครสมาชิก

  หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
 
•
กรมอุตสาหกรรมพื้นฐาน
และการเหมืองแร่
 
•
กรมป่าไม้
 
•
สำนักงานนโยบายและแผน
ทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อม
 
•
กรมทรัพยากรธรณี
 
•
สำนักงานการปฏิรูปที่ดิน
เพื่อเกษตรกรรม
 
•
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า
และพันธุ์พืช
     
   

  วิเคราะห์ราคาทองคำ 7 ส.ค.63 by YLG
  โดยสภาการเหมืองแร่ ประกาศวันที่ 10/8/2563

 

วิเคราะห์ราคาทองคำ 7 ส.ค.63 by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

จับตาแนวรับบริเวณโซน 2,061-2,047 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาสามารถยืนเหนือโซนดังกล่าวได้ อาจเข้าซื้อลงทุนระยะสั้นเพื่อรอขายทำกำไรในโซนแนวต้าน  2,075-2,088 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากผ่านได้ถือต่อ

แนวรับ : 2,061 2,047 2,034 แนวต้าน : 2,075 2,088 2,100

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดทะยานขึ้นต่ออีก 24.86 ดอลลาร์ต่อออนซ์  และมีแนวโน้มปิดตลาดในรายสัปดาห์ในแดนบวกเป็นสัปดาห์ที่ 9 ติดต่อกัน แม้ระหว่างวันราคาทองคำจะร่วงลงแรงหลังกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกจำนวน 1.186 ล้านรายในสัปดาห์ที่แล้วซึ่งออกมา “ดีกว่าคาด”  แต่ก็มีแรงซื้อคืนส่งผลให้ราคาดีดกลับได้อย่างแข็งแกร่ง  โดยราคายังคงได้รับแรงหนุนจากปัจจัยเดิมอย่างต่อเนื่อง  ได้แก่  การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์  ท่ามกลางการคาดการณ์ว่าสภาพคล่องที่เพิ่มขึ้นจากการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทางการเงินและการคลังของสหรัฐจะกระตุ้นเงินเฟ้อ  อันนำไปสู่การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์  นอกจากนี้  ราคาทองคำยังได้รับแรงหนุนเพิ่มจากความตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐ  ล่าสุดเช้านี้  ประธานาธิบดีโดนัลด์  ทรัมป์ลงนามคำสั่งของฝ่ายบริหาร (Executive Order) สั่งห้าม “ไม่ให้” ผู้อยู่อาศัยในสหรัฐการทำธุรกิจใดๆกับ TikTok ของบริษัท ByteDance Ltd. โดยคำสั่งจะมีผลภายใน 45 วันจากนี้  สถานการณ์ดังกล่าวกระตุ้นแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยในวงกว้าง  ทั้งทองคำและพันธบัตร  ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปีร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 5 เดือนจนหนุนทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ได้ให้ผลตอบแทนในรูปแบบดอกเบี้ยเพิ่ม  ปัจจัยที่กล่าวมาผลักดันให้ทองคำพุ่งทำระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ที่ 2,075 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงเช้าวันนี้ในตลาดเอเชีย  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยรายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง, ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร และอัตราการว่างงานของสหรัฐ 

จจัยทางเทคนิค :

ช่วงเช้าวันนี้ราคาทองคำสามารถสร้างระดับสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง ขณะที่แรงขายทำกำไรและการอ่อนตัวลงค่อนข้างจำกัดแสดงถึงแรงเข้าซื้อในระยะสั้นยังคงแข็งแกร่ง ทำให้ประเมินแนวรับระยะสั้นนั้นอยู่ในบริเวณ 2,061-2,047 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาไม่หลุดยังคงมีโอกาสที่ราคาจะทดสอบแนวต้านบริเวณ 2,075-2,088 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

เน้นการลงทุนระยะสั้นโดยเปิดสถานะซื้อหากราคาอ่อนตัวลงมาในโซน 2,061-2,047 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากหลุด 2,047 ดอลลาร์ต่อออนซ์ )ขณะที่ราคาปรับตัวขึ้นแนะนำแบ่งทองคำออกขายทำกำไรหากไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 2,075-2,088 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากผ่านได้สามารถถือสถานะซื้อต่อ

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

·         (+) การประกาศปลดพนักงานของบริษัทสหรัฐทะยานขึ้น 54% ในก.ค.บริษัทสหรัฐประกาศปลดพนักงานอีก 262,649 ตำแหน่งในเดือนก.ค. ขณะที่การระบาดของโควิด-19 ยังคงถ่วงอุปสงค์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการบ่งชี้ล่าสุดว่า การฟื้นตัวของตลาดแรงงานกำลังสูญเสียแรงผลักดัน  การปลดพนักงานที่รายงานโดยบริษัท Challenger, Gray & Christmas ซึ่งเป็นบริษัทบริการหางานใหม่หลังถูกเลิกจ้าง ปรับขึ้น 54% จากเดือนมิ.ย.  การปลดพนักงานของเดือนก.ค.ทำให้ตัวเลขทั้งหมดในปีนี้เพิ่มสู่ 1.848 ล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้น 212% จากช่วงเดียวกันในปี 2019 การปลดพนักงานในปีนี้อยู่ห่างจากระดับสูงเป็นประวัติการณ์ 1.957 ล้านคนที่ประกาศในปี 2001 เพียง 109,180 คน  บริษัท Challenger, Gray & Christmas รายงานว่า การประกาศการจ้างงานทั้งหมดอยู่ที่ 246,507 ตำแหน่งในเดือนก.ค. ซึ่งเกือบสอดคล้องกับการปลดพนักงาน

·         (+) ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก จับตามาตรการกระตุ้นศก.,ตัวเลขจ้างงานสหรัฐ  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (6 ส.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตาการเจรจาระหว่างสภาคองเกรสและทำเนียบขาวเกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ ซึ่งกระทรวงแรงงานสหรัฐมีกำหนดเปิดเผยในวันนี้  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.07% สู่ระดับ 92.8025 เมื่อคืนนี้  ดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 105.57 เยน จากระดับ 105.62 เยน แต่แข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9103 ฟรังก์ จากระดับ 0.9084 ฟรังก์ และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3289 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3280 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1873 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1860 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.3149 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3115 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.7234 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7192 ดอลลาร์สหรัฐ

·         (+) แกนนำวุฒิฯสหรัฐคาดคองเกรสใกล้บรรลุข้อตกลงกระตุ้นเศรษฐกิจ  นายมิตช์ แมคคอนเนล ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาสหรัฐจากพรรครีพับลิกัน กล่าวว่า เขาคาดหวังว่าสภาคองเกรสจะบรรลุข้อตกลงในการออกมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในไม่ช้า  ถึงแม้นายแมคคอนเนลไม่ได้ระบุว่าเขาคาดว่าจะมีการบรรลุข้อตกลงในวันนี้ แต่เขาก็กล่าวว่า ทั้งพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันมีความต้องการที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจที่ถูกกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  “ผมไม่อาจบอกได้ว่าข้อตกลงจะมาเมื่อไหร่ แต่ผมคิดว่ามันจะมาถึงในอนาคตอันใกล้” นายแมคคอนเนลกล่าว  ทั้งนี้ นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ นายชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภา นายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ และนายมาร์ก มีโดว์ส หัวหน้าคณะทำงานประจำทำเนียบขาว จะประชุมร่วมกันในวันนี้เพื่อหารือเกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

·         (+) สหรัฐติดเชื้อโควิด-19 ทะลุ 5,000,000 ราย ตายกว่า 162,000 ราย  Worldometer ซึ่งเป็นเว็บไซต์รายงานข้อมูลล่าสุดที่มีการรวบรวมจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขทั่วโลก ระบุว่า สหรัฐมีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวน 5,000,333 ราย และมีผู้เสียชีวิต 162,101 ราย  ขณะนี้สหรัฐติดอันดับ 1 ของโลกทั้งจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และผู้เสียชีวิต  รัฐแคลิฟอร์เนียเป็นรัฐที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดในประเทศ จำนวน 533,132 ราย ขณะที่รัฐฟลอริดาตามมาเป็นที่ 2 โดยมีจำนวนผู้ติดเชื้อ 510,389 ราย ส่วนรัฐเท็กซัสมีผู้ติดเชื้อ 482,101 ราย และรัฐนิวยอร์กมีผู้ติดเชื้อ 447,957 ราย  อย่างไรก็ดี รัฐนิวยอร์กมีผู้เสียชีวิตสูงสุดในสหรัฐ จำนวน 32,814 ราย

·         (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 185.46 จุด รับมาตรการกระตุ้นศก.คืบหน้า,ข้อมูลแรงงานดีกว่าคาด ดัชนีดาวโจนส์ปิดในแดนบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 5 เมื่อคืนนี้ (6 ส.ค.) ขณะที่ดัชนี Nasdaq ทำสถิติพุ่งขึ้นเหนือระดับ 11,000 จุดเป็นครั้งแรก เนื่องจากนักลงทุนขานรับความคืบหน้าในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐ นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานของสหรัฐที่ออกมาต่ำกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,386.98 จุด เพิ่มขึ้น 185.46 จุด หรือ +0.68% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,349.16 จุด เพิ่มขึ้น 21.39 จุด หรือ +0.64% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,108.07 จุด เพิ่มขึ้น 109.67 จุด หรือ +1.00%

·         (-) “ทรัมป์”คาดสหรัฐอาจได้ใช้วัคซีนต้านโควิดก่อนวันเลือกตั้งปธน. 3 พ.ย.  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่สหรัฐจะมีการใช้วัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 3 พ.ย.  ทั้งนี้ ในการให้สัมภาษณ์รายการทางวิทยุของนายเจอราลโด ริเวรา ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐจะมีการใช้วัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ก่อนสิ้นปีนี้  และเมื่อนายริเวราถามย้ำว่า “ก่อนวันที่ 3 พ.ย.หรือไม่” ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า “ใช่ มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นก่อนถึงวันนั้น หรือราวช่วงเวลานั้น”  ต่อข้อถามที่ว่า เขาเชื่อว่าจีนอาจขโมยข้อมูลเกี่ยวกับการผลิตวัคซีนจากสหรัฐหรือไม่ ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า “ผมไม่สามารถฟันธงในเรื่องนี้ แต่ก็มีความเป็นไปได้”

ที่มา สมาคมค้าทองคำ

 
 
 
 
 
 
 
 

สถานที่ติดต่อ : สภาการเหมืองแร่ 222/2 ซ.มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ถ.วิภาวดีรังสิต

เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2275-7684-6 Fax 0-2692-3321
E-mail Contact : miningthai@miningthai.org